|
เที่ยวคลองท่าปอม ลำคลองสองน้ำ
เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ 2544 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร์และเสด็จป่าชุมชนบ้านหนองจิก เสด็จล่องเรือบริเวณคลองท่าปอม จ. กระบี่ และพระราชทานเรือแคนูจำนวน 3 ลำ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และรับสั่งให้รักษาสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์ต่อไปนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ท่าปอม ลำคลองสายเล็กๆ ซึ่งไหลไปรวมกับคลองปาหลีแล้วไหลลงทะเลอันดามัน ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกระบี่ภายใต้ชื่อ " โครงการป่าชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ " โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานป่าไม้จังหวัดกระบี่ และอบต. เขาคราม ทั้งได้มีการตั้งชื่อคลองท่าปอมอีกชื่อหนึ่งเพื่อให้สื่อความหมายได้ชัดเจนว่า " คลองสองน้ำ " เหตุเพราะสายน้ำเส้นนี้มีลักษณะพิเศษ คือในยามที่น้ำทะเลลดน้ำในคลองบริเวณต้นน้ำจะเป็นน้ำจืดสนิท
แต่หากน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงน้ำในคลองบริเวณนั้น ก็จะกลายเป็นน้ำกร่อย ลักษณะทางนิเวศนี้ ทำให้เกิดความหลากหลาย ทางชีวภาพ ในพื้นที่เดียวกัน กล่าวคือ บริเวณต้นน้ำเป็นป่าดิบชื้น ถัดมาบริเวณ ที่น้ำจืดและน้ำเค็ม ปะทะกัน
เกิดเป็นป่าพรุน้ำจืด และป่าชายเลน ขึ้นผสมผสานกัน เลยออกไปใกล้ทะเลจะเป็นป่าชายเลน ในบริเวณที่มีทั้งป่าพรุ
และป่าชายเลนผสมกัน นั้นนับว่ามีความน่าสนใจที่สุด อีกทั้งภูมิทัศน์บริเวณนี้ ก็บริสุทธิ์สวยงาม
สายน้ำใสสะอาด จนมองเห็นพื้นทรายใต้น้ำ ไหลผ่านโขดหินเป็นเกะแก่ง มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ป้ายสื่อความหมาย ตามจุดต่างๆ และท่าน้ำ ให้ลงเล่นน้ำด้วย สำหรับจุดพายเรือ จะอยู่ด้านท้ายน้ำ ลงมาในช่วงแรก
ของเส้นทาง จะเห็นสองฝั่งแม่น้ำ เป็นป่าผสม ระหว่างพืชน้ำจืด และไม้ชายเลน น้ำใสพอที่จะมองเห็นพืชใต้น้ำได้
จนเมื่อเข้าเขตน้ำเค็ม น้ำจะเริ่มขุ่น และพันธุ์ไม้สองฝั่ง จะมีแต่ไม้ชายเลน เส้นทางบางช่วงจะผ่านหมู่บ้านประมงชายฝั่ง
หากมาในช่วงที่ชาวบ้าน กำลังขึ้นปลา ก็สามารถพายเรือขึ้นไปเที่ยวชม หรืออาจขอซื้อปลาสดๆ ติดมือกลับบ้านได้
เส้นทางพายเรือนี้จะไปบรรจบกับคลองปาหลี แล้วออกทะเลอันดามัน ระยะทางจุดเริ่มต้นถึงปากอ่าวประมาณ 3 กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกระยะทางได้ตามกำลังของตนเอง
จุดลงเรือ อยู่ที่โครงการป่าชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านหนองจิก หมู่2 ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ เป็นเรือแคนูต้อง
<สอบถามรายละอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต. เขาคราม โทร 0 7569 4198 0 7569
สำรวจถ้ำเขาขนาบน้ำ ล่องแม่น้ำกระบี่
แม่น้ำกระบี่ เป็นสายน้ำเส้นหลัก ของจังหวัด มีต้นน้ำอยู่ที่เขาพนมเบญจา ในเขตอำเภอเขาพนม ไหลผ่านหน้าเมืองกระบี่แล้วไปออกทะเลอันดามันเสน่ห์ของการล่องเรือที่แม่น้ำสายนี้คือการได้สัมผัสธรรมชาติป่าชายเลน
โดยไม่ต้องเดินทางสมบุกสมบัน เพราะป่าที่สมบูรณ์ผืนนี้ตั้งอยู่ใกล้แค่หน้าเมือง ทั้งได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่งที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ นับเป็นโปรแกรมสั้นๆใช้เวลาไม่มาก ราว 1 - 2 ชั่วโมงเท่านั้น เรือจะวิ่งจากท่าเจ้าฟ้าไปเขาขนาบน้ำ พาดูป่าชายเลนและกระชังปลาของชาวบ้านจากนั้นพากลับมาส่งที่ท่าเรือ ณ จุดเดิม
สิ่งที่น่าสนใจในเส้นทาง
1. เขาขนาบน้ำ เขาหินปูนลูกโดดสองลูกที่ตั้งขนาบสองฝั่งแม่น้ำกระบี่นี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ประจำเมืองกระบี่ เพราะตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำหน้าเมืองเมื่อนั่งเรือจากท่าเรือเจ้าฟ้า เรือจะไปจอดบริเวณเชิงเขาลูกที่อยู่ด้านขวามือ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปเที่ยวชมโพรงถ้ำที่อยู่ด้านบน ซึ่งสูงจากพื้นดินราว 10 เมตร มีบันไดไม้ให้เดินขึ้นอย่างสบาย ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยพอสมควร ถ้ำแห่งนี้เคยมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ เชื่อว่าในอดีตเคยมีมนุษย์เข้ามาทำกิจกรรมในถ้ำนี้ อาจเข้ามาอาศัย หรือใช้เป็นที่ฝังศพก็ได้
2. ป่าชายเลน แม่น้ำกระบี่จากบริเวณที่ไหลผ่านตัวเมืองกระบี่ไปอีกไม่ไกลก็จะออกทะเลอันดามันทำให้แม่น้ำช่วงนี้เป็นน้ำกร่อย มีพันธุ์ไม้ชายเลน เช่น โกงกาง แสม เป็นต้น ขึ้นอยู่เป็นดงป่ากลางแม่น้ำ ในป่าชายเลน ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์นี้ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์ชนิดต่างๆ การล่องเข้าไปในคล่องซอยเล็กๆ ของป่าชายเลน จะทำให้มีโอกาสพบสัตว์ต่างๆมากขึ้น ทั้งได้เรียนรู้ธรรมชาติของป่าชนิดนี้อย่างใกล้ชิดด้วย
3. กระชังปลา ชาวบ้านเกาะกลางซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม มีอาชีพทำประมงชายฝั่ง และเลี้ยงปลาในกระชัง ปลาที่นิยมเลี้ยงคือปลาเก๋า บางกระชังมีการเลี้ยงปลาทะเลไว้โชว์นักท่องเที่ยวด้วย เช่น กระชังของบังสมภพ ดำกุล ในคลองท่าหินซึ่งเป็นคลองซอย แยกจากแม่น้ำกระบี่ไปไม่ไกล ที่นี่มีกระชังเลี้ยงเต่าทะเล ปลาปักเป้า และปลาทะเลสวยงามที่ติดอวนขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเที่ยวชมและให้อาหารปลาได้
จุดลงเรือ
อยู่ที่ท่าเรือเจ้าฟ้าหน้าเมืองกระบี่ เรือที่ให้บริการเป็นเรือหางยาวมีหลังคา ชาวบ้านเรียกว่าเรือ " หัวโทง " นั่งได้ประมาณ 7 คนคิดราคาเหมาลำ ไม่ต้องจ่ายล่วงหน้า
แหล่งดูนก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หรือ เขานอจู้จี้ จ.กระบี่
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้น มีป่าชั้นรองและป่าดั้งเดิมป่ารอบ ๆ เขานอจู้จี้นี้เป็นป่าที่ราบต่ำแห่งสุดท้ายอันเป็น ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกแต้วแล้วท้องดำ (Gurney's Pitta) ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งนกชนิดอื่น ๆ อีกไม่ต่ำกว่า 307 ชนิด เช่น นกแซวสวรรค์ (Asian Paradise-flycatcher) นกเงือกดำ (Black Hornbill) นกปรอดดำปีกขาว (Black-and-White Bulbul) นกแต้วแล้วยักษ์ (Giant Pitta) นกเปล้าหน้าแดง (Jambu Fruit-Dove) นกจู๋เต้นลาย (Striped Wren-Babbler) ไก่ฟ้าหน้าเขียว (Crested Fireback) และนกพญาปากกว้างท้องแดง (Black-and-Red Broadbill) เป็นต้น
การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกที่จะเข้าตัวเมืองกระบี่ลงไปทางจังหวัดตรังประมาณ 32 กิโลเมตร ก่อนถึง อำเภอคลองท่อม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4038 เพียงเล็กน้อยจะเห็นป้ายบอกทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าเขาประ-บางคราม แยกไปตามป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ ราว 17 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านบางเตียว อันเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการเขตฯ รวมทั้งสำนักงานโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าที่ราบต่ำเขานอจู้จี้ ที่สามารถสอบถามข้อมูลได้
แหล่งดูนก ในป่าโกงกางและชายทะเลหน้าเมืองกระบี่ จ.กระบี่
การดูนกที่นี่จะใช้เรือเป็นพาหนะ จะพบนกกะเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล (Brown-winged Kingfisher) นกแต้วแล้วป่าโกงกาง (Mangrove Pitta) นกโกงกางหัวโต (Mangrove Whistler) นกกะเต็นแดง (Ruddy Kingfisher) นกหัวขวานใหญ่สีเทา (Great Slaty Woodpecker) และนกกินปลีคอสีทองแดง (Copper-throated Sunbird) ถัดเข้าไปจะเป็นคลองเล็ก ๆ ที่พบนกเด่นที่สุด คือ นกฟินฟุท (Masked Finfoot) ช่วงเดือนพฤษภาคม เวลาใกล้ขึ้น 15 ค่ำ หรือแรม 15 ค่ำ จะเป็นช่วงที่ดี เพราะน้ำจะลงมาก นกต่าง ๆ จะออกมากินกุ้ง หอยตามริมตลิ่ง เวลาที่พบนกมาก ๆ คือ ช่วงเช้าและเย็น
การเดินทาง
เรือที่จะพาไปดูนกของบังไต๋เป็นที่รักกันดีของนักดูนก ติดต่อนัดหมายได้ที่จันทร์เพ็ญทัวร์ 145 ถนนอุตรกิจ จังหวัดกระบี่ 81000 โทร. (075) 612004 หรือ (01) 677-4464
ปีนผาจังหวัดกระบี่
เป็นจุดปีนเขาที่นักปีนผาทั่วโลกต้องการมาสัมผัส อ่าวไร่เลตั้งอยู่ตรงปลายแหลมของจังหวัดกระบี่ การเดินทางต้อง อาศัยเรือเป็นพาหนะอย่างเดียว เนื่องจากมีภูเขาสูงลูกหนึ่งกั้นเส้นทางบกระหว่างตัวเมืองกับอ่าวไร่เลไว้ มีโค้งอ่าวถึง 4 อ่าว คือ อ่าวไร่เลตะวันออก อ่าวไร่เลตะวันตก อ่าวพระนาง และอ่าวอันดามัน
สิ่งที่น่าชื่นชมของที่นี่อย่างหนึ่ง คือ กิจการร้านปีนผาที่อ่าวนี้ทั้งหมด มีคนไทยเป็นเจ้าของและดำเนินกิจการเอง มีที่พักประมาณ 10 แห่ง ตั้งเรียงราย ภายใต้ร่มเงาของไม้ยืนต้น ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวราคาที่พักจะถูกกว่าตะวันตก เพราะทางฝั่งตะวันตกมีชายหาดสวยกว่า ทรายละเอียดกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม
จุดปีนหน้าผาทางอ่าวไร่เลฝั่งตะวันออกอยู่ตรงเกือบสุดหาด มีแผ่นผาหินปูนสูง มีชื่อเรียกว่า ผา 1, 2 และ 3 ซึ่งมีเส้นทางปีนผาหลายระดับ ทั้งเส้นทางเกือบเรียบ หาปุ่มหินแทบไม่เจอ เส้นทางที่มีชะง่อนยื่นงุ้มอยู่ระหว่างทาง และเส้นทางที่มีร่องลึกเป็นเชิงชั้นซึ่งง่ายต่อการปีน นักปีนผาแต่ละคนจะสวมฮาร์เนส คล้องเกี่ยวคาราไบเนอร์ ควิกดรอว์ อุปกรณ์บีเลย และรองเท้าปีนผา ไว้ที่ห่วงรอบเอง บางคนอาจเตรียมอุปกรณ์มาเองและหาคู่ปีนมาด้วย หรือจะติดต่อร้านปีนผาซึ่งมีทั้ง อุปกรณ์และคนแนะนำก็ได้
ที่หน้าผา 1 2 3 มีเส้นทางปีนมากกว่า 10 เส้นทาง สังเกตได้จากหมุด หรือโบลต์ (Bolt) ที่ตอกฝังในหินเป็นช่วง ๆ ขึ้นไป ในแต่ละจุดมีการวัดระดับความยากง่าย โดยใช้เป็นมาตราของฝรั่งเศส จากระดับ 5 เป็น 6 , 6A, 6A+ ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่ยากที่สุด คือ 8C ซึ่งที่ไร่เลมีทุกระดับให้เลือกปีน แต่สำหรับคนปีนผาใหม่ ๆ อยู่ในระดับ 6
ฝั่งตรงข้ามหน้าผา 1 2 3 ห่างไปเพียงไม่เกิน 5 เมตร คือหน้าผาฟินเนเคิล เป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ มีซอก หลืบให้ปีนได้ ง่าย ๆ อยู่ 2 เส้นทาง และมีเส้นทางค่อนข้างยาก ระดับ 6B อยู่ 1 เส้นทาง
จุดชมวิวบนยอดเขาสูงของไร่เล เรียกกันว่าไฮวิวพอยนต์ (High View Point) อยู่ตรงจุดเลยโค้งอ่าวไร่เลตะวันออก ที่ไปหน้าผา 1 2 3 เลี้ยวขวาผ่านด้านข้าง รายาวดีพรีเมียร์ รีสอร์ท ผ่านถ้ำพระนาง ซึ่งตรงสุดทางเดินก็จะถึงอ่าวพระ นาง ซึ่งมีหน้าผาสำหรับฝึก Bouldering แต่หากจะไปไฮวิวพอยนต์จะมีป้ายบอกตรงศาลาริมทางก่อนสุดทาง นอกจากนี้ ยังบอกทางไป โลว์วิวพอยนต์ (Low View Point) และทะเลสาบ (Lagoon) เป็นทางดินเหนียวสีน้ำตาลส้มที่เปียก น้ำสูงวกวนขึ้นไปบนเขา ง่ายต่อการลื่นล้ม ต้องระวังในการเดินเป็นพิเศษ เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงจุดที่จะต้องเริ่มปีนเขาไปยังจุดไฮวิวพอยนต์ หินบริเวณนี้แหลมคมกว่าหน้าผา 1 2 3 แต่จับและเหยียบง่ายกว่า เพราะมีช่องร่องขนาดพอดีเท้าตลอดทางแต่ต้องระวังอย่าให้พลาดถูกหินบาด
นอกจากจุดต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ที่ไร่เลยังมีอีกหลายจุดที่สามารถปีนขึ้นไปชมธรรมชาติอันสวยงามของทะเลอันดามัน บางจุดสามารถมองเห็นเกาะลันตา หมู่เกาะพีพี ซึ่งมีความยากง่ายของการปีนแตกต่างกันไป นักท่องเที่ยวสามารถขอข้อมูลได้จากกลุ่มนักปีนเขาต่าง ๆ ที่อ่าวไร่เล
การเดินทางไปไร่เลจากกรุงเทพ มีรถประจำทางปรับอากาศวีไอพี ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกวัน เวลา 18.00 และ18.30 น. ค่าโดยสารประมาณ 655 บาทต่อคน เมื่อถึงสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ ต้องนั่งรถสองแถวต่อไปยังท่าเรือ ธนาคารกรุงเทพ ค่าโดยสารคนละ 15 บาท ลงเรือหางยาวไปอ่าวไร่เล ค่าโดยสารคนละ 50 บาท หากเหมาเรือจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 300-350 บาท ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที หรือใช้บริการเรือประจำทางของ พีพี แฟมิลี่ ราคาคนละ 40 บาท
|