1. เนื่องจากบางครั้งจะมีหมอกลงหนามากในบริเวณผา ดังนั้นอย่าเข้าใกล้ผาจนเกินไปนัก
2. อย่าดื่มสุราจนขาดสติ (มีนักท่องเที่ยวตกหน้าผาเกือบทุกปี)
3. ในการถ่ายรูปกับหน้าผาควรเข้าแถว และปฏิบัติตนอย่างสุภาพชน
ผาหล่มสัก
เป็นหน้าผา ที่มีชื่อเสียงที่สุด ของภูกระดึง จุดที่มีความงามแปลกตา คือ จุดที่มีแผ่นหินก้อนใหญ่
ยื่นลอยออกไปจากหน้าผา มีต้นสนต้นหนึ่ง ขึ้นริมผา ใกล้ๆกันนี้ ชูกิ่งก้าน ขนานออกไปกับแผ่นหิน
ผู้ที่ไปภูกระดึงแล้วหากไม่ได้ไปชม และนั่งถ่ายรูปบนก้อนหินนี้แล้วก็ออกจะเหมือนไปเสียเที่ยว
เพราะลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ ไม่มีที่ไหนในโลกจะเหมือนได้
ผาหล่มสักนี้ เป็นบริเวณที่ มองเห็นทัศนียภาพ กว้างขวางมาก จนสามารถมองเห็นเทือกเขาใน อ. หล่มสัก
ของ จ. เพชรบูรณ์ได้ ตรงส่วนมุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงมองออกไปได้ทั้งทิศตะวันตก และทิศใต้
จึงเป็นทำเลที่จะดูดวงอาทิตย์ตก ได้ชัดเจนที่สุดตลอดทั้งปี แต่ความที่อยู่ห่างจากที่พักกว่า 8 กม.
จึงไม่ค่อยมีใคร มีโอกาสชมดวงอาทิตย์ที่นี่มากนัก แต่ถ้าได้มี โอกาสชมแล้ว ก็จะเห็นว่าคุ้มค่าต่อการ
เดินทางกลับ ท่ามกลางความมืดทีเดียว
จากผาหล่มสัก มีเส้นทางตัดขึ้นเหนือ ไปบรรจบกับเส้นทาง เที่ยวน้ำตกต่างๆ ได้ แต่เป็นทางที่ตัดไป
กลางทุ่ง ซึ่งมีหมู่สน ขึ้นอยู่ แลดูงดงามหลายแห่งด้วยกัน
การเดินทางเที่ยวตามท้องทุ่ง และชมวิวทิวทัสน์ ตามหน้าผานี้ นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่น่า จัดเป็นเอกลักษณ์
ของภูกระดึงที่หาป่า แห่งอื่นเทียบเสมอมิได้ เพราะการเดินทางในท้องทุ่งจะได้พบเห็นต้นสน ทุ่งหญ้า
และดอกไม้นานาชนิด สลับผลัดเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งปี การเดินชมหน้าผาต่างๆ ก็สามารถเดิน
ได้อย่างปลอดโปร่งเย็นสบาย ดวงอาทิตย์ขึ้น และตกที่ชม จับใจยากที่จะลืมเลือนได้
ผานกนางแอ่น
อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กม. และห่างจากหลังแป 2.5 กม. ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆ
มีสนขึ้นโดดเด่นริมผาต้นหนึ่ง เป็นจุชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามยิ่ง อากาศก็สดชื่น เย็นสบายมองทิวทัศน์
เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่ง และเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่น เป็นสวนหิน
มีดอกกุหลาบป่า ขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม - เมษายน
ผาหมากดูก
อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กม. และห่างจากหลังแป ประมาณ 2 กม. เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่ง
ซึ่งอยู่ใกล้พอๆ กับผานกแอ่น เรียกว่าเป็นอีกจุดหนึ่ง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวให้ความนิยม เป็นจำนวนมาก
เพราะระยะทางที่ไม่ไกลจนเกินไปนัก
ผานาน้อย
จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่ง ซึ่งสามารถบรรจุลงในโปรแกรมของท่านได้ ถ้าท่านต้องการไปเที่ยวสระแก้วก่อน
หรือสระอโนดาตก่อน เพราะถ้าเลยจากผานาน้อยไปแล้ว เรียกว่าท่านจะถอยหลังก็คงจะยาก
เพราะแต่ละจุดห่างกันประมาณ 2 กม. เลยที่เดียว
ผาเหยียบเมฆ
จากที่ทำการประมาณ 4.5 กม. ท่านจะเห็นจุดชมวิว ในช่วงที่หมอกจัดๆ นักท่องเที่ยว สามารถที่จะสัมผัส
กับละอองของสายหมอก ได้ถึงตัวของหน้าผาเหยียบเมฆ
ผาแดง
จากที่ทำการประมาณ 4.5 กม. ผาแดงเป็นอีกเหลี่ยมเขาที่ท่านจะสามารถชมทัศนียภาพใกล้เคียง
กับผาหล่มสัก ซึ่งจากผาแดงท่านต้องใช้ระยะทางกว่าอีก 2.5 กม. ถึงจะพบกับผาหล่มสัก หรือบางครั้ง
นักท่องเที่ยวก็เลือกที่จะอยู่ถ่ายรูปที่ผาแดง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าผาหล่มสักมาก
การเที่ยวชมน้ำตก
นอกจากทุ่งหญ้า หน้าผา ที่เป็นเอกลัษณะ ของภูกระดึงแล้ว น้ำตกต่างๆ ในป่าดงดิบ ก็จัดเป็นส่วนสำคัญ
ที่เพิ่มคุณค่า ให้แก่ภูกระดึง มิใช่น้อย จะหาป่าแห่งไหน ที่เราสามารถ ได้รสชาติ ของการท่องเที่ยว
หลายๆ รูปแบบ ในที่แห่งเดียวกัน เช่นนี้ได้บ้าง
น้ำตกบนภูกระดึง มีหลายแห่ง แต่ละแห่ง ก็มีองค์ประกอบ สวยงาม แตกต่างกันไป ทั้งขนาดเล็กดูอ่อนโยน
จนไปถึงขนาดใหญ่ ที่ดูเข้มแข็ง
น้ำตกวังกวาง
เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้ที่พักมากที่สุด เพียงแต่เดินไปตามลำธารวังกวางครู่เดียวก็ถึงแล้ว
ลักษณะของน้ำตกแห่งนี้เป็นหน้าผากว้าง หน้าตัด ใต้หน้าผาเว้าเข้าไปบ้าง ข้างล่างมีหมู่หินที่ถล่ม
เสริมให้น้ำตกแลดูสวยงามยิ่งขึ้น
น้ำตกเพ็ญพบใหม่
จากน้ำตกวังกวางเดินลงไปทางซ้ายขึ้นสู่ไหล่ภูกุ่มข้าว ซึ่งเป็นเนินสูงจนไปถึงสี่แยก
ซึ่งมีทางจากองค์พระพุทธรูปมาจากทางซ้าย ตรงไปเป็นทางไปสู่ป่าไผ่กว้างใหญ่ ต่อไปจะเป็นป่าทึบขึ้น
ไม่นานก็ถึงน้ำตกเพ็ญพบใหม่
น้ำตกเพ็ญพบใหม่ จะต้องเดินจากลานหินเหนือน้ำตกลงไป จึงจะเห็นลัษณะของแผ่นหินใหญ่
ที่หักพังลงไปเกิดเป็นน้ำตกโค้งเว้าเข้ามา ในฤดูหนาวเมเปิ้ลที่มีอยู่หลายต้นบริเวณนี้ จะเปลี่ยนสีใบเป็นสีดง
บ้างก็ร่วงลงมาตสมลำธาร และก้อนหิน เติมแต้มสีสันให้น้ำตกแห่งนี้สวยงามขึ้น
น้ำตกโผนพบ
ทางไปน้ำตกแห่งนี้จะไปตามทางที่กลับมาแล้ว หรือเดินต่อจากน้ำตกเพ็ญพบใหม่โดยมีทางเดินเลาะลำธาร
ไปตามป่าดงดิบ ซึ่งเดินได้สะดวกกว่า
น้ำตกโผนพบ เป็นน้ำตกค่อนข้างสูง แต่ไหลลดหลั่นลงมาตาม ชะง่อนหินเป็นยชั้นๆ ในหน้าหนาว
ก็จะเห็นใบเมเปิ้ลสีแดง ขึ้นแซมอยู่ตามหมู่ไม้ริมฝั่งเช่นกัน
น้ำตกเพ็ญพบ
เมื่อเดินต่อไปตามเส้นทางที่ตัดเลียบลำธารวังกวาง จะพบลำธารอีกเส้นหนึ่งที่มาบรรจบกับลำธารวังกวาง
ลำธารนั้นคือ ธารสวรรค์ ลำธารช่วงต่อไปจึงกว้างขึ้น บริเวณนี้จะมีหลุมหินธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้ชัด
ในหน้าแล้งที่น้ำในลำธารมีน้อยลงไป จะเป็นบริเวณที่พื้นหินยุบตังลง กลายเป็นผากว้าง
เกิดเป็นน้ำตกเพ็นพบที่สวยงาม
น้ำตกถ้ำใหญ่
ย้อนกลับมาเดินเลียบลำธารสวรรค์ ย้อนทางน้ำขึ้นไป ผ่านป่าทึบแล้ว ขึ้นอีกพักใหญ่
จะพบน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งเป็นน้ำตกค่อนข้างสูง ใต้หน้าผาน้ำตกมีหินเรียบอยู่ก้อนหนึ่ง
เหมาะที่จะไปยืนถ่ายรูปคู่กัยน้ำตกได้พอดิบพอดี จากน้ำตกถ้ำใหญ่ จะมีทางเดินออกจากป่าดงดิบขึ้นสู่ทุ่งหญ้า
ก่อนจะออกจากป่าดงดิบ จะมีหมู่ก้อนหินโตๆ เป็นกลุ่มใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นสวนหินอีกแห่งหนึ่ง
ในจำนวนหลายๆ แห่งบนภูกระดึง สวนหินเหล่านี้มีสนทราย ขึ้นแซมอยู่ตามหว่างก้อนหิน มีกล้วยไม้
ประเภทเอื้องดำ ขึ้นอยู่มากมายบนก้อบหิน
น้ำตกธารสวรรค์
จากสวนหินขึ้นสู่ทุ่ง จะพบทางแยก หากเลี้ยวซ้ายจะกลับไปบริเวณ องค์พระพุทธรูป
และที่พักได้ แต่ถ้าเลี้ยวขวา ไปสักครู่จะถึงน้ำตกธารสวรรค์ ซึ่งเกิดจากหินในลำธารแตกพังทลาย
ลงไปยังเห็นเป็นหินก้อนใหญ่ที่น่าจะประกบกับตัวผานำตกได้อย่างเหมาะเจาะ
ข้ามลำธารเหนือน้ำตกไปยังฝั่งตรงข้าม จะมีการเดินต่อไปตามทุ่ง ผ่านดอนมะเขือเถื่อน ซึ่งเป็นเนินใหญ่
และเนินถัดไปคือ ดอนมน ซึ่งเป็นเนินที่มีทุ่งหญ้ากว้างขวางสวยงาม
น้ำตกพระองค์
ต่อจากดอนมน จะพบลำธารพระองค์ซึ่งไหลมาจากสระอโนดาต ข้ามลำธารไปจะมีลานหินกว้างให้นั่งพักผ่อนได้
อย่างสบายใจ ตัวน้ำตกพระองค์จริงๆ นั้นอยู่ใต้น้ำลงไปอีกมากพอสมควร และไม่มีทางเดินที่สะดวก
การจะไปน้ำตกแห่งนี้จึงต้องลุยน้ำไป หรือเดินตัดทุ่งเข้าไป แต่เนื่องจากบริเวณนี้
เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ทางอุทยานฯ จึงไม่ได้ตัดทางเข้าไปเพื่อรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าไว้
และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
น้ำตกพระองค์เป็นน้ำตกที่สูงใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่ง การขึ้นน้ำตกนี้ จะต้องไต่หน้าผาลงไปจากหน้าน้ำตก
ซึ่งค่อนข้างจะอันตราย จึงไม่แนะนำให้ไปเที่ยว
จากลานหินริมลำธารที่กล่าวไว้ในตอนแรก จะมีทางเดินต่อไป ตามพื้นที่ลุ่มค่อนข้างแฉะ มีมอสส์สีเขียวสด
ติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ ประดุจพรมชั้นดี พ้นบริเวณนี้ไป จะเป็นทางขึ้นสู่เนิน ที่มีชื่อว่า สวนสวรรค์
ซึ่งเคยเป็นบริเวณที่มีกุหลาบขาวขึ้นอยู่หนาแน่น แต่ปัจจุบันล้มตายไปหมดแล้ว
น้ำตกถ้ำสอเหนือ
ต่อจากสวนสวรรค์จะต้องข้ามลำธารใหญ่อีกแห่งหนึ่ง แล้วจะถึงที่โล่งซึ่งมีสนเรียงราย
เส้นทางจะไปบรรจบกับทาง จากสระอโนดาต และเหลี่ยมผาแดง
แต่ถ้าเลี้ยวไปทางขวาจะไปถึงน้ำตกถ้ำสอเหนือ หรือถ้ำสอตอนบน บริเวณโขดหินมีร่มเงาไม้ให้นั่งพักผ่อนได้
เป็นอย่างดี ส่วนบนของน้ำตกเป็นแผ่นหินค่อนข้างเรียบ น้ำแผ่เป็นสายไหลตกหน้าผาลงไป
เมื่อไต่ลงไปข้างล่างหน้าน้ำตก จะเห็นว่าแผ่นหินนี้ค่อนข้างจะบาง เพราะส่วนล่างพังทลายกลายเป็นเวิ้ง
ถ้ำกว้างสามารถเดินเข้าไปดูน้ำตกจากด้านในได้
น้ำตกถ้ำสอใต้ หรือน้ำตกถ้ำสอตอนล่าง
อยู่ห่างกันไม่มากนัก เมื่อเลาะริมลำธารตามน้ำไป หรือจะข้ามลานหินเหนือน้ำตอนบน ไปฝั่งตรงข้าม
ก็จะมีทางเดินที่สะดวกกว่า ผ่านก้อนหินโตๆ ที่เรียงรายอยู่ริมทาง จนทางเดินแคบ และมีก้อนหินใหญ่สูง
ขนาบอยู่ ดูลึกลับน่ากลัว แล้วไต่บันไดลงไปหน้าน้ำตก น้ำตกถ้ำสอใต้นี้มีหน้าผาหินก้อนใหญ่ๆเต็มหน้าผา
และสูงกว่าน้ำตกอื่นๆ ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง
เดินย้อนกลับออกมาที่น้ำตกตอนบน จะมีทางเดินต่อไปยังถ้ำน้ำ ซึ่งมีลัษณะเป็นเพียงเพิงหินกว้างริมลำธาร
เป็นจุดพักบนเส้นทางที่ยาวไกล จากน้ำตกถ้ำสอไปผาหล่มสัก
น้ำตกขุนพอง
ภายในเขตป่าปิดของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีน้ำตกสวยงามมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ "น้ำตกขุนพอง"
ก็เป็นอีกแห่งหนึ่ง ที่สร้างเสน่ห์ให้กับภูกระดึงได้อย่งมากมาย เรียกได้ว่าใครที่มาภูกระดึงแล้ว
ก็ไม่ควรที่จะพลาดการยลโฉม "น้ำตกขุนพอง" ความงาม และความยิ่งใหญ่บนภูกระดึง
ระยะทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าสู่น้ำตกขุนพองใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
เสียงดังของสายน้ำตกมีมาแต่ไกล ก่อนที่จะได้เห็นตัวน้ำตก เราต้องปีนป่ยลงสู่หนทงเบื้องล่างอันสูงชัน
น้ำตกแห่งนี้สวยงามคุ้มค่ากับระยะเวลาการเดินทาง สายน้ำลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ จากที่สูงบวกกับสีแดงสด
ของใบเมเปิ้ล ที่เพิ่มความตระการตา ให้กับน้ำตกงามกลางป่าใหญ่ได้อย่างลงตัว จึงทำให้ขุนพอง
เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงาม ในป่าปิดของภูกระดึง
เต่าปูลู