| ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดเลย :: อุทยานแห่งชาติภูกระดึง :: สมุดลงนาม | Thai Version |
|
ข้อมูลทั่วไป :
.."อีสานเหนือ" แผ่นดินที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้มากมาย เป็นดินแดนเดียวที่มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ด้วยว่าเทือกเขาอันยาวเหยียดนั้นเป็นแนวขุนเขาที่มีสัณฐาน ยอดตัดเรียบเกือบทุกลูกอย่างไม่น่าเชื่อ นับตั้งแต่ทิวเขาใหญ่ ภูเขียว ภูผาจิต ภูหอ เรื่อยไปจนกระทั่งถึง ภูหลวง โดยเฉพาะที่ "ภูกระดึง" จะมีสัณฐานบนยอดเขาตัดเรียบมากที่สุด" อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีพื้นที่ครอบคลุม อยู่ในท้องที่ อ. ภูกระดึง จ. เลย ประกอบด้วย ภูเขาที่มีธรรมชาติ สวยงามมาก ที่ราบยอดภูกระดึง เป็นสังคมของพืชเมืองหนาว การเดินทาง :
รถยนต์ รถโดยสารประจำทาง ลงรถที่บ้านผานกเค้า จ. เลย ติดต่อรถสองแถวเข้าไปที่ทำการอุทยานฯ ที่ร้านเจ๊กิม หรือลงรถที่ แยกภูกระดึง แล้วนั่งรถสองแถวประจำทาง เข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ
รถไฟ
เครื่องบิน สิ่งอำนวยความสะดวก : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีบ้านพัก สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง ค่ายพัก 2 หลัง และเต้นท์ 300 หลัง นักท่องเที่ยว สามารถนำเต้นท์ ขึ้นไปเองได้ โดยกางเต้นท์ ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น เสียค่าธรรมเนียม คนละ 5 บาท สำหรับอาหาร และเครื่องดื่ม มีบริการขาย ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในฤดูกาลท่องเที่ยว จะมีร้านค้า หลายร้านบนยอดภู ติดต่อสอบถามรายละเอียด และสำรองที่พักได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900 โทร. 579-5734 , 579-7223 หรือที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ม.1 ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย 42180 ถ้าจะเดินทางต่อไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่างๆ ควรจองบ้านพักล่วงหน้า ประมาณ 1 เดือน (ข้อมูลจากเอกสาร ประกอบการท่องเที่ยว ของส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ กรมป่าไม้) ลักษณะภูมิประเทศ : เป็นภูเขาหินทราย ที่มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ สลับกับเนินเตี้ยๆ ยอดภูกระดึงประกอบไปด้วย ป่าสนสลับป่าก่อ และทุ่งหญ้า มีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ใบขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตก ลำธาร และลานหิน ลักษณะภูมิอากาศ : เย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศ หนาวเย็นมาก จนบางครั้งอุณหภูมิลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูฝน อากาศแปรปรวนบ่อยครั้ง มีหมอก และเมฆฝนลอยต่ำ ฝนตกชุก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติบางประการเช่น ดินถล่มตามหน้าผาสูงชัน และน้ำป่าไหลรุนแรง ตามลำธารเชิงเขา พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
มีหลายชนิด เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าสนเขา มีพันธุ์ ไม้ดอกที่สวยงามออกดอกบานสะพรั่ง สลับกันไปในแต่ละฤดูกาล
เนื่องจากภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ทุ่งหญ้า และลำธาร เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่า และนกหลายชนิด นอกจากนี้ ยังมีเต่าหายาก คือ "เต่าปูลู" หรือ "เต่าหาง" ซึ่งเป็นเต่าที่มีหางยาว อยู่ตามลำธารในป่า เขาระดับสูงของประเทศไทย กัมพูชา และลาว
|
![]() นักท่องเที่ยวทุกท่าน ควรติดต่อที่ เจ้าหน้าที่ของอุทยาน เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียม การเข้า อุทยาน คนละ 20 บาท ซึ่งท่านจะสามารถ ขอข้อมูล ในการท่องเที่ยว บนภูกระดึง ได้จากเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องอาหาร ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรนำขึ้นไป เพราะด้านบนภู มีบริการให้อยู่แล้ว ราคาอาหารอาจจะแพงบ้าง แต่ก็เป็นราคาที่ รวมค่าลูกหาบ ที่นำอาหารขึ้นไป เท่านั้นเอง และสำหรับท่านที่คิดว่า ร่างกายไม่พร้อม ในเรื่องแบกสัมภาระ ก็สามารถติดต่อลูกหาบ ได้โดยเสียค่าลูกหาบ กก.ละ 10 บาท หลังจากนั้น ก็เป็นการเดินทางขึ้นเขา ตามทางเดินจะมีที่พัก เป็นราวนั่ง หรือศาลา อยู่เป็นระยะ ซึ่งมีชื่อเรียกต่างกันไป บางชื่อขึ้นต้นด้วย ซำ หมายถึง บริเวณที่เป็นตาน้ำ มีนำซึมขึ้นมาจากดิน หรือมีชื่อขึ้นต้นด้วย บาง หมายถึง ที่พักระหว่างทาง เช่น ซำแฮก คือซำแรก ปางกกค่า คือต้นมะค่า ซำกกกอก คือซำต้นมะกอก เป็นต้น ระหว่างทาง อาจจะมีชาวบ้าน มาขายขนม น้ำอัดลมไปวางขาย ตามจุดพักที่เรียก ซำ หรือ บางต่างๆ บางแห่งก็มีข้าวเหนียว ส้มตำ หรือที่ซำกกโดน ซึ่งมักจะเป็นบริเวณที่ หยุดพักกินอาหารกลางวัน ก็มีก๋วยเตี๋ยว ขายด้วย แต่ในฤดูฝน ที่มีนักท่องเที่ยวน้อย อย่าหมายน้ำบ่อหน้า ว่าจะมีอาหารขายระหว่างทาง จงเตรียมไปให้พร้อมเป็นดีที่สุด เวลา ที่ใช้ในการเดินทางขึ้นภูกระดึงนั้น ตามปกติ ของผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงดี ก็จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. จากเชิงเขาขึ้นไปถึงบ้านพัก ถ้าหากได้ขึ้นแต่เช้า จะมีเวลาในช่วงบ่ายเดินเที่ยวภูได้บ้าง แต่ถ้าขึ้นในเวลา ตอนบ่าย ก็อย่าให้บ่ายมากนัก เพราะถ้าไปมืดค่ำ ระหว่างทางก็จะลำบาก รวมระยะทางปีนเขา 5.4 กม. และเดินบนที่ราบ 3 กม. ความชันของเส้นทาง จะเริ่มชันมากขึ้น ในช่วงก่อนขึ้นซำแรก คือ ในช่วงแรก หลังจากนั้นเป็นทางราบบ้าง เป็นเนินบ้าง ในช่วงก่อนถึงพร่านพรานแป ถ้าจะเดินไปตามทางที่ตัดซิกแซก ทำให้ไม่เหนื่อยเร็ว แต่บางคน ชอบทางลัด กลับเดินขึ้นไปตามทางชัน และไปจนช่วงสุดท้าย จากซำแคร่ถึงหลังแป ดูเหมือนจะเป็นช่วงที่ชันที่สุด ในขณะที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อย จนจะหมดแรงเดินอยู่แล้ว พลันก็โผล่พ้นหลังแป ได้แลเห็นทิวทัศน์ท้องทุ่งที่ราบกว้าง และหมู่ดงสนที่ขึ้นแซมอยู่งดงาม ความเหนื่อยยากที่อุตส่าห์ บากบั่นขึ้นมา ก็แทบหายไปจากหลังแป ยังต้องเดินต่อไปตามทางราบอีกประมาณ 3 กม. จนถึงบริเวณบ้านพัก จุดเด่นที่น่าสนใจ :
บันทึกนักเดินทาง (2542) |
| ร่วมโหวดให้คะแนนความประทับใจ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ที่นี่ครับ : |
| ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดเลย :: อุทยานแห่งชาติภูกระดึง :: สมุดลงนาม | Thai Version |