เต่าปูลู
(วงศ์ : PLATYSERNIDAE)
Platysternon megacephalum (Gray, 1831)
เต่าปูลู ได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ประเภทที่ 1 โดยมีลักษณะทั่วไปเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ค่อนข้างแปลก
กล่าวคือ มันจะมีหางยาว และส่วนหัวมีขนาดใหญ่ ด้านบนมีแผ่นแข็งปกคลุม ปากงุ้มคล้ายตะขอ มีกามใหญ่ และแข็งแรง
กระดองมีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถหดหัว และคอเข้าในกระดองได้ ส่วนหางมีความยาวมากกว่ากระดอง มีลักษณะเป็นข้อปล้อง
รูปสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ส่วนกระดองหลัง กับกระดองท้อง เชื่อมต่อกันด้วยเนื้อเยื่อที่เหนียวมาก กึ่งกลางของกระดอง
มีสันเล็กๆ ลักษณะสีทั่วไปจะแตกต่างกันไปตามภูมิประเทศ คือ มีสีเขียวเข้ม สีน้ำตาลแกมแดง และสีดำ กระดองท้องมีสีเหลือง
แต้มสีน้ำตาลเข้ม ลูกเต่าเมื่อแรกฝักไข่ จะมีกระดองด้านหลังหยักคล้ายฟันเลื่อย
. . . . .
เต่าชนิดนี้ จะออกหาอาหารในเวลากลางคืน ตามลำธาร หรือบริเวณที่มีน้ำขัง อาหารคือ ปูน้ำตก ปลา หอย และกุ้ง
ไม่ชอบกินอาหารประเภทพืชเหมือนเต่าทั่วๆ
การวางไข่
เต่าพวกนี้จะวางไข่บนสันทราย หรือพื้นดินร่วนริมลำธาร ราวปลายเดือน เมษายน - พฤษภาคม
โดยจะวางไข่ ประมาณครั้งละ 3-4 ฟอง
. . . . .
เต่าปูลูพบมากบริเวณลำธารน้ำเย็นบนภูเขา ในระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร
ในภาคเหนือ ลงไปตามแนวทิวเขา ด้านตะวันตกจนไปถึง จ. กาญจนบุรี และยังพบบริเวณ
เทือกเขาเพชรบูรณ์ และเทือกเขาภูพาน โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
และอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ก็สามารถพบเห็นได้
. . . . .
ปัจจุบัน เต่าประเภทนี้ได้ลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสถาพความสมบูรณ์
ของป่าเปลี่ยนแปลง ไปมาก ประกอบกับการขยายพันธุ์ เป็นไปได้น้อยมาก อีกทั้งมีชนบางเผ่า
ยังพยายามจับสัตว์ชนิดนี้ไป ทำยาบำรุง ซึ่งมีความเชื่อว่า เป็นยาบำรุงที่ดี เช่นเดียวกับนอแรด
และได้รับการยอมรับ จากตลาด จึงทำให้ปริมาณลดลง อย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่า จะสูญพันธุ์ในที่สุด
หากยังไม่มีการ เปลี่ยนแปลงทัศนวิสัย และค่านิยม และการรับผิดชอบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ซึ่งหมายถึงสัตว์ป่า และป่าไม้