|
เส้นทางท่องเที่ยวหน้าฝน นครพนม - มุกดาหาร
เดินทางโดยรถยนต์
วันแรก (นครพนม-มุกดาหาร)
- เช้า ดื่มด่ำกับทัศนียภาพริมน้ำโขงในตัวเมืองนครพนม ชมหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ซึ่งชาวเวียดนามสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ 1960 ก่อนอพยพกลับประเทศเวียดนาม
- สัมผัสอาคารยุคผรั่งเศสที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เดิมใช้เป็นศาลาการจังหวัด โดยใช้แบบแปลนจากศาลากลางจังหวัดเชียงราย ( มีเพียง 2 แห่ง ในประเทศไทย )
- เยี่ยมบ้านนาจอก ถิ่นพำนักท่านโฮจิมินห์ เป็นบ้านพักจำลองของ " ลุงโฮ " อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
- นมัสการพระธาตุพนม พระธาตุผู้ที่เกิดประจำปีวอก และวันอาทิตย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
- วัดสองคอน ชมโบสถ์คริสต์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่บุญราศรีทั้ง 7 ที่พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในศาสนาคริสต์
- ตลาดอินโดจีน เลือกซื้อสินค้านานาชนิดจากประเทศ จีน รัสเซีย เวียดนาม ลาว และสินค้า OTOP
- ค่ำนี้เลียบลำน้ำโขง พักที่ จ. มุกดาหาร
วันที่สอง ( มุกดาหาร )
- ขึ้นหอแก้วมุกดาหาร ชมนิทรรศการและวิถีชีวิตทางประวัติศาสตร์ของชนเผ่าพื้นเมืองของชนสองฝั่งโขง
และชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว
- มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ชมความตระการตาของลานหินภูผาเทิบ และดอกไม้ขนาดเล็กนานาชนิดสะพรั่งในช่วงปลายฤดูฝนอาทิ กระดุมเงิน กระดุมทอง ดุสิตา สร้อยสุวรรณา
- เดินทางกลับ
วันที่สาม (สะหวันนะเขต สปป.ลาว)
- ผ่านขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
- ลงเรือข้ามฟากไปยัง แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว
- ถึงแขวงสะหวันนะเขต ชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์
- นมัสการพระธาตุอิงฮัง เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกันกับพระธาตุพนม
- เดินทางไปทุ่งระหาสิน ชมกรรมวิธีย้อมผ้าแบบธรรมชาติ และการตัดเย็บ
- รับประทานอาหารเที่ยง
- เดินทางไปตลาดสะหวันไชย ( ตลาดสิงคโปร์ ) ศูนย์รวมสินค้านานาชนิดที่ใหญ่ที่สุดของแขวงสะหวันนะเขต
- ลงเรือข้ามแม่น้ำโขงกลับ จ. มุกดาหาร
- ชมตลาดสินค้าอินโดจีน ที่ จ. มุกดาหาร เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มอินโดจีน สินค้าที่ระลึก และสินค้าOTOP
- เดินทางกลับ
ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวด้านศาสนาคริสต์
เส้นทาง Fly and Drive (ท่องถิ่นคาทอลิก) (นครพนม-มุกดาหาร-สกลนคร) 2 วัน 1 คืน
วันแรก นครพนม-มุกดาหาร
เช้า
- เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินพีบีแอร์ สัมผัสบรรยากาศรอบเมืองนครพนม โดยเริ่มรับลมเลียบริมฝั่งโขง ชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำโขงและทิวเขาทอดตัวยาวสลับซับซ้อน เรียงตัวขนานไปกับลำน้ำของฝั่งแขวงคำม่วน (สปป.ลาว) และชมแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ วัดนักบุญอันนา ศูนย์กลางศาสนาคริสต์ของชาวนครพนม รวมถึงชาวลาวในฝั่งคำม่วนเมื่อครั้งอดีต ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส ผสมผสานศิลปะของช่างชาวเวียดนาม คือ โบสถ์ทรงหอคอยคู่ ตั้งตระหง่านงดงามอยู่ริมโขง
บ่าย
- เข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหาร ชมตลาดสินค้าอินโดจีน เลือกซื้อสินค้าโอทอป สินค้าพื้นเมือง และสินค้านานาชนิดจากกลุ่มประเทศอินโดจีน
- ชมหอแก้วมุกดาหาร ที่มีความสูงถึง 65 เมตร ภายในมีนิทรรศการแสดงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงเรื่องราวของชนเผ่าพื้นเมืองสองฝั่งโขง และสามารถชมทัศนียภาพมุมสูงไกลสุดสายตาแบบพานอรามา ของตัวเมืองมุกดาหารจนถึงฝั่งเพื่อนบ้าน เมืองไกสอน พมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต
- ชมอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ชมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ กลุ่มหินเทิบ ตื่นตากับกลุ่มหินขนาดใหญ่อายุนับล้านปีที่วงซ้อนทับกันบนลานหินกว้าง ล้วนมีรูปร่างต่างกันไปตามแต่จินตนาการ พร้อมชมความงามของธรรมชาติที่ลานมุจลินทร์ ที่รายล้อมด้ยดอกไม้ป่าและพืชพันธุ์นานาชนิดหาดูได้ยาก และภาพเขียนสีโบราณอายุกว่า 5,000 ปี
- พักค้างคืนที่จังหวัดมุกดาหาร
วันที่สอง มุกดาหาร สกลนคร
เช้า
- ชมหมู่บ้านท่าแร่ สกลนคร ชุมชนคาทอลิกเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี และถือว่าเป็นชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ หมู่บ้านนี้มีความโดดเด่นและน่าสนใจ อยู่ตรงที่มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุก คล้ายกับบ้านเมืองในแถบประเทศตะวันตก นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสที่งดงามเรียงรายสองข้างทางในถนนสายหลักของหมู่บ้าน
บ่าย
- ชมอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง (สำนักมิสซังท่าแร่ฯ) ศูนย์กลางที่ดูแลกิจของคริสตศาสนา 4 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ รับฟังเรื่องราวความเป็นมาของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์จากพระสังฆราช ประมุขของอัครสังฆมลฑลฯ พร้อโบสถ์คาทอลิกที่วัดพระหฤทัยคู่ สกลนคร
- ชมแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน ชมกรรมวิธีการย้อมผ้าฝ้ายด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นการย้อมผ้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสกลนคร พร้อมเลือกซื้อสินค้าโอทอป จากผ้าย้อมสีธรรมชาติกันอย่างจุใจ ชมกรรมวิธีการผลิตไวน์เม่า และแมลงกระป๋องผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดสกลนคร ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลฯ
เย็น
- ล่องเรือชมทัศนียภาพของหนองหาร โดยลงเรือที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พักค้างคืนที่จังหวัดสกลนคร
หมายเหตุ - วันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ที่หมู่บ้านท่าแร่ จ.สกลนคร มีการจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส (คลิก)
วันที่สาม สกลนคร-กรุงเทพฯ
- เดินทางกลับจากสกลนคร ถึงกรุงเทพฯโดยเครื่องบิน
โปรแกรมเที่ยวอีสาน ไหว้พระธาตุตามปีเกิด
สำหรับผู้เกิดปีวอก
วันแรก ของการเดินทาง
06.30 น. ออกเดินทางสู่ดินแดนแผ่นดินอีสานเหนือ
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองขอนแก่น
บ่าย เดินทางสู่ภูกุ้มข้าว ชมไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน แหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ใหญ่ ที่สุดในเมืองไทย เป็นซากไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอดส์ ไดโนเสาร์กินพืชซึ่งอยู่ในยุคจูราสิกตอนปลาย (150 ล้านปีมาแล้ว) จากนั้นเดินทางสู่ถ้ำวัดภูค่าวหรือ วัดพุทธนิมิตร สักการะพระพุทธไสยาสน์ที่สลักไว้บนผนังถ้ำ ศิลปะทวารวดีที่มีพุทธลักษณะแตกต่างจากที่อื่นคือ ตะแคงซ้ายและไม่มีพระเกตุมาลา และชมอุโบสถวัดพุทธนิมิตรที่ผสมผสานระหว่างศิลปะภาคเหนือและภาคกลาง อุโบสถเปิดโล่งไม่มีผนังกั้น สร้างด้วยไม้แกะสลักเป็นภาพพุทธประวัติประกอบลายเครือเถา ภาพทิวทัศน์ป่าและสรรพสัตว์
ที่งดงามอ่อนช้อยด้วยฝีมือช่างจากเชียงแสน เชียงราย และเชียงใหม่
เย็น พักที่ตัวเมืองกาฬสินธุ์ หลังจากอาหารมื้อค่ำ เลือกซื้อของที่ระลึกพื้นเมือง มีผ้าไหม แพรวา ผ้าฝ้ายแพรวา หมูกรอบ และเนื้อกาฬสินธุ์
วันที่ 2 ของการเดินทาง
08.00 น. ออกเดินทางสู่ อ.หนอกพอก ชมพุทธอุทยานผาน้ำน้อยซึ่งเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล สร้างโดยพระอาจารย์ศรี มหาวีโร ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น องค์เจดีย์เป็นศิลปกรรมร่วมระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ด้านบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากอาหารอีสานแล้ว นครพนมยังมีอาหารเวียดนาม อร่อยๆให้เลือกอีกหลายร้าน
บ่าย เดินทางสู่ อ.พระธาตุพนม สักการะพระธาตุพนม (ปีวอก) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1500 ปี บรรจุพระอุรังคธาตุ และ ชมพิพิธภัณฑ์ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมโมลีศรีโคตรบูร ที่เก็บสะสมโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยเฉพาะยอดฉัตรทองคำของพระธาตุพนมองค์เดิมก่อนจะทลายลงมา
เย็น พักที่ตัวเมืองนครพนมชมบรรยากาศริมโขง และสินค้าอินโดจีน
วันที่ 3 ของการเดินทาง
08.00 น. อำลานครพนม ออกเดินทางกลับ
12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองย่าโม อาหารจานเด็ดคือ ผัดหมี่โคราช จากนั้นอาจเดิน ย่อยอาหารด้วยการเลือกชมและซื้อของฝากต่างๆ อาทิ หมูยอ กุนเชียง เส้นหมี่โคราช ติดไม้ติดมือกลับมาอีกด้วย
20.00 น. ถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ
|