|
ล่องเรือ เกาะเกร็ด นนทบุรี
การล่องเรือชมวิถีชีวิตชุมชนมอญเกาะเกร็ด เริ่มต้นที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส สัญลักษณ์ของวัดคือ พระเจดีย์มุเตา เป็นเจดีย์ทรงรามัญ ก่อนลงเรืออาจแวะชมภาพจิตรกรรมแบบตะวันตกและงานฝีมือแบบมอญ ในพิพิธภัณฑ์ของวัด เรือจะพาล่องต่อไปตามแม่น้ำอ้อมเกร็ด ซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม ด้านตะวันตกของเกาะเป็นเขตสวนผลไม้ และแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ ไม่ควรพลาดแวะ คลองขนมหวาน หรือคลองบางบัวทอง ชมการทำขนมไทย ชิมและเลือกซื้อหาเป็นของฝาก ช่วงแม่น้ำลัดเกร็ด จะได้เห็น บ้านมอญขวาง ซึ่งปลูกขวางแนวแม่น้ำ เรียงรายกันอยู่ค่อนข้างหนาแน่น เมื่อขึ้นเรือที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส อาจเดินไปชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามอญโบราณ บ้านกวานอาม่าน (หมู่บ้านช่างปั้น) หรือเดินต่อไป ชมโรงปั้น และเลือกซื้อหาของฝากจากแหล่งผลิต มื้อเที่ยงอย่าลืมแวะลิ้มลองอาหารมอญ โดยเฉพาะที่ทำจากหน่อกะลา เช่น ทอดมัน แกงส้ม ก๋วยเตี๋ยวหมู หากไปเที่ยวเกาะเกร็ดช่วงสงกรานต์ ก็จะได้ชิม ข้าวแช่ กะละแม และคะนอมจิน อาหารมอญโบราณ
วัดปรมัยยิกาวาส
ศิลปกรรมสำคัญในวัด ได้แก่ พระมหารามัญเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงรามัญ ที่ลานหลังพระอุโบสถ รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างจำลองแบบจากพระเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี พระอุโบสถ ตกแต่งด้วยวัสดุจากอิตาลี ตามศิลปะพระราชนิยมในรัชกาลนี้ ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขียนแบบสามมิติ (perspective) แบบตะวันตก พิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส จัดแสดงศิลปกรรมมอญที่หาชมได้ยาก ได้แก่ งานแกะดุนโลหะ ยอดฉัตรพระมหารามัญเจดีย์ และงานเครื่องกระดาษ เช่น เหมหรือโลงศพ สำหรับงานศพพระเถระ เชิงบันไดทางขึ้นพิพิธภัณฑ์ มีโอ่งดินเผา เป็นฝีมือช่างเกาะเกร็ด ปั้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดเฉพาะเสาร์ อาทิตย์
เส้นทางแนะนำ
ล่องเรือชมวัด ชุมชนมอญเกาะเกร็ด (ใช้เวลาครึ่งวัน)
นั่งเรือชมรอบเกาะ เพื่อสัมผัสความงดงามของบ้านเรือน และวัดสำคัญของชุมชนชาวมอญ รวมทั้งความร่มรื่นเขียวขจีของเรือกสวน แวะเข้าไปชมการทำขนมไทยที่คลองขนมหวาน จากนั้น ชมเส้นทางเครื่องปั้นดินเผาอันเลื่องชื่อของเกาะเกร็ด แล้วอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านแบบมอญก่อนเดินทางกลับ
นั่งเรือรอบเกาะเกร็ด
มีเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือ ข้ามมาที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส หากจะนั่งเรือรอบเกาะ มีเรือหางยาว นั่งได้ประมาณ 8 คน เหมาลำลำละ 500 บาท แต่แวะคลองขนมหวาน ราคา 700 บาท เรือเล็กเช่าจากปากเกร็ด เข้าคลองขนมหวาน ราคา 150 200 บาท
ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา จ. นนทบุรี
ราชชนนี มาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในเขตพระอารามมีความสงบร่มรื่นมาก ส่วนที่เข้าไปชม ได้คือ บริเวณพระอุโบสถ เป็นศิลปะแบบพระราชนิยม และเขตพุทธาวาสซึ่งมีลักษณะที่ร่มรื่นงดงาม เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00-16.00 น.
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ เจ้าหญิงอเล็กซานดร้าแห่งเค้นท์ เสด็จพระราชดำเนินมาลอยประทีป (กระทง) ที่หน้าวัดนี้
พระราชอุทยานเฉลิมพระเกียรติ
เป็นอุทยานทางน้ำแห่งแรกของประเทศไทยติดกับวัดเฉลิมพระเกียรติ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนของประชาชน และเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้น้ำ ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ผู้ที่ต้องการศึกษาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์น้ำ แวะมาที่นี่ได้
วัดกู้
ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ แต่ก่อนไม่ได้ใช้ชื่อนี้มาเปลี่ยนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดขึ้น เมื่อเรือพระที่นั่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารี รัตน์พระมเหสีในรัชกาลที่ 5 คว่ำ พระองค์สิ้นพระชนม์บริเวณหน้าวัดและนำพระศพมาไว้ที่นี่ชั่วคราว หลังจากนั้น จึงสร้างพระตำหนักเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ขึ้นที่นี่ มีศาลพระนางเรือล่ม (พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์) วันเสาร์-อาทิตย์จะเนืองแน่น ด้วยผู้คนที่มาสักการะ เรือพระที่นั่งที่ชาวบ้านกู้ขึ้นมาได้ในคราวนั้นยังเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้
การเดินทาง สามารถเช่าเรือจากท่าน้ำอำเภอปากเกร็ดแล่นมาทางเหนือใช้เวลาประมาณ 10 นาที จะเห็นท่าน้ำวัดอยู่ทางขวามือ
เกาะเกร็ด
ถ้าท่านล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านมาในช่วงปากเกร็ดก็จะเห็นเจดีย์เอียงทรงรามัญสีขาวตั้งเด่นอยู่ริมน้ำ ตรงหัวแหลม พอดี นั่นแสดงว่าท่านถึงเกาะเกร็ดแล้ว
เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาตรงส่วนที่เป็นแหลม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุง ศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2265 เรียกว่า คลองลัดเกร็ดน้อย ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้นเซาะตลิ่งทำให้คลอง ขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ
เกาะเกร็ดมีความเจริญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สังเกตได้ว่าวัดวาอารามต่างๆ บนเกาะส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะในสมัยอยุธยา แต่คงจะมาร้างคนเมื่อพม่ามายึดกรุง ศรีได้ แต่หลังจากกอบกู้เอกราชได้ พระเจ้าตากสินมหาราชโปรดฯ ให้ชาวมอญที่เข้า รีตมาตั้งถิ่นฐาน แต่ชาวมอญบนเกาะเกร็ดนั้นมีทั้งที่เข้า มาในสมัยกรุงธนบุรี และ สมัยรัชกาลที่ 2
การเดินทาง
มีเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือใกล้กับท่าน้ำปากเกร็ด
- ข้ามมาที่ท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาส ค่าโดยสารคนละ 2 บาท
- ท่าเรือวัดกลางเกร็ด ค่าโดยสาร 1 บาท
- เช่าเรือเร็วจากท่าน้ำปากเกร็ดมาที่เกาะ ราคา 50 บาท จุ 3 คน
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหางยาวท่องเที่ยวรอบ ๆ เกาะเกร็ดได้ในอัตราค่าเช่าเรือ ดังนี้
# เรือไม่เกิน 8 คน ชมรอบเกาะ 350 บาท (ไม่รวมมัคคุเทศก์)
# เรือไม่เกิน 8 คน ชมรอบเกาะ เข้าคลองขนมหวาน 500 บาท (ไม่รวมมัคคุเทศก์)
# เรือสองตอน ชมรอบเกาะ 400 บาท (ไม่รวมมัคคุเทศก์)
# เรือหางยาว ชมรอบเกาะ เข้าคลองขนมหวาน 600 บาท (ไม่รวมมัคคุเทศก์)
# เรือใหญ่ไม่เกิน 15 คน 1,500 บาท (รวมมัคคุเทศก์ เครื่องดื่ม)
# เรือใหญ่ไม่เกิน 30 คน 2,000 บาท (รวมมัคคุเทศก์ เครื่องดื่ม)
# เรือใหญ่ 50-60 คน 3,000 บาท (รวมมัคคุเทศก์ เครื่องดื่ม)
ติดต่อได้ที่
ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล เกาะเกร็ด โทร. 0 2960 9063
# สำนักงานท่องเที่ยวตำบลเกาะเกร็ด โทร. 0 2583 7993
# สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปากเกร็ด โทร. 0 2583 2139
# คุณยุพิน หะสิตะเวช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด โทร. 0 1499 0383
สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ มีให้ชมตั้งแต่ขึ้นจากท่าเรือ หน้าวัดก็จะพบปราสาทไม้ห้ายอดซึ่งเคยเป็นเหม (โลงศพมอญ) ของอดีตเจ้าอาวาสตั้งตระหง่านอยู่ที่หน้าวัด
ส่วนที่พระอุโบสถมีการตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากอิตาลี ศิลปะยุโรปแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์เป็น ผู้ที่มาบูรณะวัดนี้เอง แต่กระนั้นพระองค์ยังรักษาธรรมเนียมเดิม โดยรับสั่งให้ที่นี่ริเริ่มสวดเป็นภาษามอญ และปัจจุบันนี้ เป็นวัดเดียวที่ยังเก็บรักษาพระไตรปิฏกภาษามอญไว้ พระประธานในพระอุโบสถนั้นเป็นปางมารวิชัย ฝีมือการปั้นของ พระองค์เจ้าประดิษฐานวรการ ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างพระสยามเทวาธิราช รัชกาลที่ 5 ทรงยกย่องว่าพระประธานนี้งามนัก ด้วย สีพระพักตร์ ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนจริง เอกลักษณ์มอญอีกอย่างหนึ่งของที่วัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงรามัญที่จำลองแบบมาจาก พระธาตุเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี ซึ่งคนมอญนับถือมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
พระวิหาร ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ สมัยอยุธยา ตอนปลาย ภาพจิตรกรรมที่เพดานนั้นแปลกตากว่าที่อื่น เป็นตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฝีพระหัตถ์หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ด้านหลังพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประจำจังหวัด นนทบุรี พระนนทมุนินทร์ เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย ปางขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกแบบมอญ (จองพารา) สลักโดยฝีมือช่างที่นี่ ที่มุขเด็จหน้าวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่ง ซาง ซิว ซูน ชาวพม่าถวาย รัชกาลที่ 5 พระวิหารจะเปิดทุกวัน ปิดเวลา 16.30 น.
สิ่งที่น่าสนใจยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จัดแสดงวัตถุต่าง ๆ ที่ล้วนน่าชม เช่น พระพิมพ์ เครื่องแก้ว เครื่องถ้วยชาม รวมทั้ง เหม ที่ พ.อ. ชาติวัฒน์ งามนิยม บรรจงสร้างขึ้นเป็นงานศิลป์ ชิ้นเยี่ยม นับตั้งแต่การออกแบบโครง สร้าง การต่อลาย การตอกไข่ปลาวาดลายบนกระดาษอลูมิเนียม ทุกชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นเหมนี้ล้วนแต่ต้องทำอย่าง ละเอียด ประณีต เชื่อว่าชาวมอญคงดัดแปลงลักษณะของเหมมาจากโลงของพระพุทธเจ้าซึ่งก้นสอบปากบานข้างแคบเช่น กัน (ในพิพิธภัณฑ์แสดงภาพไว้) โลงเหมใช้กับศพแห้ง เหมพระ จะมีลักษณะพิเศษกว่าตรงที่เจาะหน้าต่างมองเห็นศพ ด้านในได้ ยังมีวัดอื่นๆบนเกาะเกร็ดที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดไผ่ล้อม วัดเสาธงทอง (โรงเรียนประถมแห่งแรกบนเกาะเกร็ด) วัดฉิมพลี และวัดป่าเลไลยก์
กวานอาม่าน
เป็นศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผามอญลายโบราณ เปิดให้ชมทุกวัน การปั้น เครื่องปั้นดินเผา นั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี นับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ลวดลายประณีตสวยงาม เป็น เอกลักษณ์เฉพาะ และถูกนำไปเป็นตราประจำจังหวัดนนทบุรี สองข้างทางเดินมีบางบ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะของ ใช้ในชีวิตประจำ เช่น กระถาง ครก โอ่งน้ำ ฯลฯ สามารถเข้าไปชมได้
คลองขนมหวาน
บริเวณคลองขนมหวานและคลองอื่น ๆ รอบเกาะเกร็ด ชาวบ้านจะทำขนมหวาน จำพวกทองหยิบ ทองหยอด ขายส่งและ ยังสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย
แม่น้ำอ้อมนนท์
คือแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมที่เป็นรูปเกือกม้า น้ำบริเวณนี้ยังใสสะอาด บ้านเรือนสวยงามเป็นระเบียบ นักท่องเที่ยวสามารถ ล่องเรือผ่าน ไปเยี่ยมชมได้
ล่องคลองชักพระ-ตลาดน้ำตลิ่งชัน
คลองชักพระ มีสถานที่น่าสนใจ ดังนี้
วัดกำแพง
สร้างในสมัยอยุธยา มีลายปูนปั้นที่ซุ้มประตู หน้าต่างงดงามมาก ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ภาพจิตรกรรม ภายในยังรักษาได้สมบูรณ์อยู่มาก
ตลาดน้ำตลิ่งชัน
อยู่หน้าที่ทำการเขตตลิ่งชัน เป็นตลาดน้ำที่บรรยากาศจะแตกต่างกับตลาดน้ำที่อื่น ๆ ตรงที่มีแพให้เรือนำสินค้ามาขาย สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวในการที่จะซื้อของ มีอาหารหลายชนิด อีกทั้งผลไม้ตามฤดูกาลที่ชาวสวนพายเรือมาขายเอง ในวันอาทิตย์ ทางเขตตลิ่งชันได้จัดดนตรีไทยบรรเลงโดยนักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่ และดนตรี กลางสวนป่าในช่วง เที่ยงวันเสาร์และบ่ายวันอาทิตย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมเล่นด้วยก็ได้ ใกล้สวนป่ามีร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ ประดับ โดยสามารถเลือกซื้อคุณภาพดี ได้ในราคาถูก พันธุ์ไม้หายากตั้งแต่ต้นปาหนันช้าง ต้นจันทร์กะพ้อ ต้นสุพรรณิกา ฯลฯ ทางสำนักงานเขตได้จัดบริการเรือนั่งชมธรรมชาติคลองต่าง ๆ พาชมสวนผลไม้ดอกไม้และสวนผักของชาวบ้าน
สอบถามก่อนล่วงหน้าได้ที่เขตตลิ่งชัน โทร. 0 2424 2515 จะมีบริการนำเที่ยวสลับสับเปลี่ยนกันไป จัดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ท่านละ 70 บาท เด็ก 40 บาท
การเดินทางมาที่เขตตลิ่งชัน วิ่งรถเข้าถนนคู่ขนานด้านใน ข้ามสะพานยกระดับทางรถไฟ เมื่อถึง สน.ตลิ่งชัน แล้วเตรียม เลี้ยวซ้ายเช้าถนนฉิมพลี ผ่านสวนหย่อม วิ่งตรงมาเรื่อย ๆ จนสุดถนนฉิมพลี ก็จะพบสำนักงานเขตตลิ่งชัน หากโดยสารรถ ประจำทาง สาย ปอ. 79 จากหน้ากองสลาก ถนนราชดำเนินกลาง แล้วลงหน้า สำนักงานเขตตลิ่งชัน ตลาดจะเริ่มในช่วง เช้า-บ่าย
ล่องเรือบริเวณคลองบางคูเวียง จ.นนทบุรี
คลองบางคูเวียง มีสถานที่น่าสนใจ ดังนี้
ตลาดน้ำบางคูเวียง ตั้งอยู่ปากคลองบางคูเวียง ตลาดเริ่มตั้งแต่ 06.00 - 08.00 น. ชาวบ้านจะนำผลไม้ ตามฤดูกาล บรรทุกเรือมาค้าขายกันที่นี่ นอกจากนี้ยังมีอาหาร และสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้ประจำวัน ในทุกเช้าพระภิกษุจากวัดบริเวณใกล้ เคียงจะบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็ก ๆ เป็นพาหนะ นับเป็นภาพชีวิตแบบไทยที่นับวันจะหาดูได้ยาก และในช่วงกลางวันชาว บ้านยังคงพายเรือขายก๋วยเตี๋ยว ขายโอเลี้ยง ซึ่งเป็นของเครื่องดื่มที่คู่กับคนไทยมานาน
การเดินทาง โดยเรือโดยสารจากท่าน้ำวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือโดยสาร เรือจาก ท่าน้ำนนท์ (ท่าพิบูลสงคราม 2) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือเช่าเรือจากท่าช้าง กรุงเทพฯ ใช้เส้นทางคลอง บางกอกน้อย-คลองอ้อมตลาดน้ำบางคูเวียง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง บริษัท มิตรเจ้าพระยา จัดบริการนำเที่ยวเกาะเกร็ดและผ่านตลาดน้ำบางคูเวียงทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2623 6169
ล่องคลองบางม่วง จ.นนทบุรี
ตั้งอยู่ในอำเภอบางใหญ่ สองฝั่งคลองมีทัศนียภาพ ที่ยังคงความสวยงามอยู่ประกอบกับบ้านเรือนยังเป็นลักษณะ แบบไทย โบราณซึ่งหาดูได้ง่ายบริเวณสองฝั่งคลองนี้ ส่วนวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนสองฝั่งคลอง ชาวบ้านมีอาชีพทำสวน และค้าขายโดยการพายเรือขายของทั่ว ๆ ไป เช่นเรือขายกาแฟ ขายก๋วยเตี๋ยว ขายของใช้ต่าง ๆ เป็นต้น บ้านไทยส่วนหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ริมคลองบางม่วงเป็นสถานที่สอนทำอาหารไทย ขนมไทยแบบดั้งเดิม พร้อมกับมีที่พักแบบโฮมสเตย์ (เหมาะ สำหรับชาวต่างประเทศ) สนใจติดต่อคุณธีรพงศ์ โทร. 0 2280 0740-1
ล่องคลองบางใหญ่ จ.นนทบุรี
บริเวณนี้เป็นชุมชนที่สำคัญ มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า และสุนทรภู่ก็เคยใช้เส้นทางนี้ตอนไปนิราศพระประทม และ นิราศสุพรรณบุรี เดินทางโดยใช้เส้นทางคลองอ้อมน้อยออกคลองบางใหญ่ คลองโยง ลานตากฟ้า แม่น้ำท่าจีน เขา สุพรรณบุรี ตามลำดับ สองข้างทางนั้นจะได้ชื่นชมกับความสงบ และวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ บ้านส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ ตกแต่งศาลาริมน้ำด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ที่ทำให้สดชื่น
การเดินทาง จากท่าน้ำนนทบุรีมีเรือเมล์วิ่งเส้น นนทบุรี-คลองอ้อม-คลองบางใหญ่ ตั้งแต่ 04.00 - 20.00 น. ค่าโดยสาร 6 บาท ใช้เวลา15-20 นาที เรือที่วิ่งเส้นนี้จะไม่ใช่เรือหางยาว ทั่วไป แต่จะเป็นเรือท้องแบนที่เวลาวิ่งท้องเรือจะกระแทก พื้นน้ำแรงให้ได้ความรู้สึกสนุกตื่นเต้นไปอีกรูปแบบหนึ่ง
สปา จ.นนทบุรี
ธนากร เฮลส์ สปา Thanakorn Health Spa
77 หมู่ 6 วัดชลอ ถนนปากเกร็ด นนทบุรี 11130
โทร. 0 2883 9367-8 โทรสาร 0 2447 5449-50
อาร์ทิส สปา แอนด์ โฮมสเตย์ Artise Spa & Home Stay
อยู่เลยวัดสวนแก้วไปประมาณ 500 เมตร อำเภอเมือง นนทบุรี
โทร. 0 2921 5175, 0 2921 5185
เป็นสปาที่อยู่ในสวนเมืองนนทบุรี บรรยากาศร่มรื่น มีบ้านพักบริการ
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จังหวัดนนทบุรี
นนทบุรี แม้จะเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ แต่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมโดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งวัน ผลผลิตต่าง ๆ ของนนทบุรีมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไม้ดอกไม้ประดับแทบทุกชนิด กระถางต้นไม้ ผลไม้ต่าง ๆ อาทิ ทุเรียน มังคุด และยังสามารถแวะตลาดน้ำที่มีของกินของใช้มากมายจำหน่ายในวันหยุด หรือจะเข้าสปาพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าก็มีให้บริการ หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหน แนะนำให้ตรงไปที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่อยู่ใกล้วัดสวนแก้ว อำเภอบางใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรของนนทบุรีที่ครบวงจร ก่อนเลือกเดินทางไปเยี่ยมชมสวนในอำเภอต่าง ๆ ต่อไป
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอบางใหญ่
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
เป็นศูนย์ท่องเที่ยวเกษตรแบบบูรณาการ โดยรวมเกษตร ศิลปะและสุขอนามัยเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย สวนไม้ผลระบบร่องสวนในพื้นที่ 7 ไร่ เหมาะสมกับการศึกษาดูงาน และเที่ยวชม เช่น ทุเรียน มังคุด ส้มโอ มะม่วง มะไฟ ฯลฯ
บ้านสวนศิลป์ไทยสบาย สปาในสวนเพื่อการพักผ่อน มีกิจกรรมการเรียน การสอนศิลปวาดภาพ และมีบริการห้องประชุมและโฮมสเตย์สำหรับผู้ต้องการพักค้างคืน สนใจติดต่อโทร. 0 2921 5175, 0 2921 5185
ถนนสายกล้วยไม้
อยู่บริเวณหมู่ 8 ตำบลบางเลน เป็นศูนย์บรรจุหีบห่อกล้วยไม้ส่งออกเป็นแหล่งรวบรวมกล้วยไม้ตัดดอกที่มีมตราฐานเดียวกัน นักท่องเที่ยวเข้าชมแปลงกล้วยไม้ การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และฝึกการบรรจุหีบห่อกล้วยไม้พร้อมเลือกตัดซื้อกลับบ้านได้ สนใจติดต่อโทร. 0 2595 0906
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร บางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี
ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ
อยู่ที่ตำบลบางรักน้อย เป็นศูนย์รวมพันธุไม้นานาชนิด ในพื้นที่ 10 ไร่ พร้อมกับจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรรับตกแต่งสวนนอกสถานที่ ภายในบริเวณมีร้านค้ามากกว่า 90 ร้าน นอกจากนี้ที่บางรักน้อย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นสวนทุเรียนเชิงอนุรักษ์ อายุกว่า 100 ปี ดูแลรักษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ทุเรียน เช่น หมอนทอง ก้านยาว ชะนี ฯลฯ สนใจติดต่อ โทร. 0 2589 18720,8 1316 0805
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอบางกรวย
ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย
บริเวณถนนสายบางกรวย-จงถนอม ตำบลมหาสวัสดิ์ เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดทั้งแหล่งผลิตและจำหน่ายระยะทาง 17 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วย พันธุ์ไม้ดอก ไม้หอมและไม้ผล อาทิ เข็มสี กุหลาบ กล้วยพัด ฟิโลเดนดรอน ไม้ดัด ไม้แคระ ฯลฯ พร้อมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอบางบัวทอง
พิพัฒน์ฟาร์ม
เป็นศูนย์รวมผลิตพืชผักปลอดภัยจากสารพิษและผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดนนทบุรี ชมการผลิตพืชผักและไม้ผลแบบเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรือนผลิตพืชผักแบบไฮโดรโปรนิค ( ไร้ดิน ) มีหลังคาแบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
สถานที่ติดถนนตลิ่งชั่น- สุพรรณบุรี ตำบลละหาร สนใจติดต่อ โทร. 0 2571 7154, 0 2925 6961-6
บัววิคตอเรีย ( บัวกระด้ง )
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดูดีมีสไตล์ เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์บัวกระด้งที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 66/7 หมู่ 4 ต. ละหาร อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี โทร 0 2571 7154, 08 9057 2289, 08 7911 8801
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อำเภอไทรน้อย
ตลาดน้ำไทรน้อย
มีเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นแหล่งรวมสินค้าด้านการเกษตรและแปรรูปของเกษตรนำมาจำหน่ายพร้อมมีรถกระแทะไว้บริการเข้าชมสวนเกษตร ภายในอำเภอไทรน้อย อยู่ที่บริเวณวัดไทรใหญ่ อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี
สวนเกษตรไทรน้อย
แปลงผลิตไม้กระถางขนาดใหญ่ในเนื้อที่ 10 ไร่ จำหน่าย สนมังกร ปรง ปาล์มสายพันธุ์ต่าง ๆ และไม้อื่น ๆ สำหรับจัดสวน ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต. คลองขวาง อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี โทร. 0 2597 1373, 0 2597 1039, 08 1455 9637
หมู่บ้านบอนสี
มีแปลงบอนสีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ครบ 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 ปลูกบอนสีกว่า 100 สายพันธุ์ ในพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน เพื่อจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตบอนสีตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งอยู่ หมู่ 6 ต. ไทรน้อย อ. ไทรน้อย จ. นนทบุรี โทร. 0 2597 1373, 0 2923 8739, 08 9099 3412, 08 5148 3051
(แหล่งข้อมูล - สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี โทร. 0 2583 2134)
|