TourThai.com
Diary
Diary
Webboard
Webboard
Photo
Photo
Chat
Chat
Thailand Web Directory
Links
บรุคไซด์ วัลเล่ย์ รีสอร์ท
ค้นหา :
Rayong Resort
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา สถิติผู้เยี่ยมชม รายละเอียดลงโฆษณา รับจองโรงแรม ทั่วไทย English VersionTourThai in English Version
สารบัญหลัก...
จังหวัดพิจิตร
--- ข้อมูลทั่วไป
--- การเดินทาง
--- ตัวอย่างโปรแกรมทัวร์
--- เทศกาล งานประเพณี
--- แผนที่ สถานที่ท่องเที่ยว
--- ของฝาก ของที่ระลึก

--- ที่เที่ยว
--- อ.เมือง
--- อ.อื่นๆ

--- ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท

--- บริษัททัวร์ นำเที่ยว รถเช่า

--- แผนที่ดาวเทียม

--- เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง


ผู้สนับสนุน...




สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่...

จังหวัดพิจิตร :: สถานที่ท่องเที่ยว :: อ.เมือง

วัดท่าหลวง
เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร ประวัติมีอยู่ว่า พระพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่จังหวัดพิจิตร ในโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางผ่านเมืองพิจิตรเพื่อไปปราบขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่า เมื่อปราบขบถเสร็จแล้วให้หาพระมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึก แม่ทัพนั้นจึงได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรลงแพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพง เพชรไว้ ต่อมาจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถจะเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00น.

บึงสีไฟ
เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศซึ่งเคยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 12,000 ไร่ ลักษณะของบึงกว้างกลม คล้ายกะทะ แต่รีไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ในปี 2521 กรมประมงได้จัดตั้งสถานีประมงน้ำจืดเพื่อเพาะพันธุ์ปลา และจังหวัดพิจิตรได้สร้างศาลาบึงสีไฟให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ บึงสีไฟนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร นอกจากนั้นภายในบึงสีไฟยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ
พิจิตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา สร้างโดยจังหวัดพิจิตรร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียนเมื่อ พ.ศ. 2526 มีเนื้อที่ 170 ไร่ เป็นพื้นดิน 120 ไร่พื้นน้ำ 50 ไร่ ริมบึงสีไฟมีสะพานทอดลงน้ำสู่ศาลาใหญ่จัดไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ริมบึงจัดแต่งเป็นสวน มีทั้งไม้ใหญ่และไม้ดอก รวมทั้งทางเดินรอบๆบึงด้วย นอกจากนี้ยังมีเวทีเนินดินสำหรับใช้จัดรายการบันเทิงในวันหยุดสุดสัปดาห์

รูปปั้นพญาชาละวัน
เป็นรูปปั้นจระเข้ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ปากยาว 4.5 เมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของบึงสีไฟ มีลักษณะเด่นและงดงามมาก ภายในตัวจระเข้นี้ยังมีห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่งอีกด้วย

สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ
สร้างขึ้นบริเวณด้านในของบึงสีไฟ ลักษณะอาคารเป็นรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาแปลกๆ มากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้น บริเวณส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องสำหรับชมปลา ในบึงสีไฟซึ่งมีปลาชนิดต่างๆ วันธรรมดา จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเวลา 10.00-18.00 น. วันหยุดราฃการเวลา 10.00-19.00 น.

ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร
ตั้งอยู่ในบริเวณบึงสีไฟ ศูนย์นี้ได้จัดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ ที่ชาวบ้านในจังหวัดพิจิตรผลิตขึ้นเอง เช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง มะขาวแก้วสี่รส ฯลฯ ศูนย์นี้จะเปิดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวันเว้นวันจันทร์ โดยจะเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-18.00น.

วัดโรงช้าง
ตั้งอยู่ที่ตำบลโรงช้างติดกับถนนพิจิตร-สามง่าม-วังจิก (ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 5 วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพระยาโคตรบองขึ้นครองราชย์ สถานที่แห่งนี้เรียกว่า กองช้าง เพราะเป็นที่พักของกองช้าง ต่อมาได้เรียกกันเพี้ยนไปเป็นคลองช้าง จนกระทั่งทางราชการได้เปิดโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่วัดนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโรงช้าง” บริเวณวัดโรงช้างมีพระพุทธรูปใหญ่อยู่กลางแจ้ง 3 องค์คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัย 1 องค์ ปางห้ามญาติ 1 องค์ และปางไสยาสน์ 1 องค์ สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดที่ภายในได้สร้างเป็นห้องลับใต้ดินเพื่อใช้สำหรับเก็บแผ่นอิฐจารึกพระไตรปิฎกจำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์โดยได้เล็งเห็นว่า ในอนาคตอาจมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเช่น สงครามนิวเคลียร์ซึ่งอาจทำให้พระไตรปิฏกสูญหายไปจากโลกได้

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
ไปตามเส้นทางสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก( ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 6 จากการตรวจสอบและค้นคว้าเชื่อว่าเป็นเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบองประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วยกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 ทำให้ภายในบริเวณอุทยานแห่งนี้มีต้นไม้ร่มรื่นหลายชนิดเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในอุทยานมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ

ศาลหลักเมือง
สร้างเมื่อพ.ศ.2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างจะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่” สภาพโดยรอบศาลจะมีต้นไม้มากมายดูร่มรื่นเย็นตา ในบริเวณยังมีศาลาสำหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อนอีกด้วย

วัดมหาธาตุ
เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองพิจิตรเก่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของวัดนี้เมื่อพ.ศ.2478 ประกอบไปด้วยพระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงลังกา ภายในมีพระเครื่องชนิดต่างๆซึ่งได้ถูกลักลอบขุดค้นไป ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง ด้านหลังพระเจดีย์เป็นพระอุโบสถ มีใบเสมา2ชั้น มีรากไทรเกาะอยู่ที่หน้าบัน หลังคาถูกต้นไม้ล้มทับหักลงมาองค์พระก็พลอยโค่นลงมาด้วย บัดนี้เหลือแต่ฐานอิฐสูง กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ พ.ศ. 2534 บริเวณใต้เนินดินส่วนวิหารได้พบสิ่งก่อสร้าง 2 ยุคสมัยคือสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา บริเวณโดยรอบพบเจดีย์รายจำนวนมากและแนวกำแพงขนาดใหญ่

ถ้ำชาละวัน
มีที่มาจากวรรณคดีเรื่อง “ไกรทอง” บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ลักษณะถ้ำ กว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร และลึก 4 เมตร มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณ 65 ปีมาแล้วพระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งจุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำจนหมดเทียนเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ จึงไม่ทราบว่าภายในถ้ำชาละวันจะสวยงามวิจิตรพิสดารเพียงใด ในปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขิน ทางจังหวัดได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วย

เกาะศรีมาลา
มีลักษณะเป็นมูลดินคล้ายเกาะเล็กๆ อยู่กลางคูเมืองนอกกำแพงเก่า มีคูล้อมรอบเกาะ แต่ตื้นเขิน สันนิษฐานจากลักษณะของคูเมืองและกำแพงแล้ว เกาะศรีมาลานี้แต่เดิมน่าจะเป็นป้อม หรือหอคอยรักษาการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตั้งอยู่นอกเมืองและอยู่กลางคูเมือง

วัดนครชุม
ตั้งอยู่บนถนนสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก(ทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 9 วัดนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุการก่อสร้างประมาณ 800 ปี ด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเก่าแก่มาก ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้โดยใช้สลักไม้แทนตะปู มีช่องระบายลมแทนหน้าต่าง พระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดท่าหลวง ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 3 วา ก่ออิฐถือปูน ลักษณะแบบสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปที่ใช้เป็นประธานในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยก่อน

วัดหัวดง
ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.หัวดง ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 10 กม. สร้างเมื่อ พ.ศ.2413 ผูกพัทธสีมาครั้งแรก พ.ศ.2468 มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 ได้พบพระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว เนื้อนวโลหะ(ทองเหลือง)แทรกขึ้นมาที่ต้นอินทนินทร์ซึ่งมีอายุประมาณ 20 ปีเศษ ชาวจังหวัดพิจิตรถือกันว่าหลวงพ่อเงินเป็นพระเกจิ อาจารย์ที่ประชาชนทั่วไปรู้จักและเคารพบูชา

วัดเขารูปช้าง
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ในตำบลดงป่าคำ โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่าคือ เจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด ที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วงด้วย


เว็บไซต์การเดินทาง :
  • ทางอากาศ การบินไทย , นกแอร์ , แอร์เอเซีย , ภูเก็ตแอร์ , one-2-go , สนามบินอู่ตะเภา , บางกอก แอร์เวย์ , แอร์ฟรานซ์ , พีบีแอร์ ,
  • ทางรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด , ขสมก. , การรถไฟ , รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน , กรมทางหลวง , เส้นทางรถประจำทาง , ศูนย์วิทยุสื่อสารแท็กซี่ , นครชัย แอร์ , สมบัติ ทัวร์ , Budget , AVIS Thailand ,
  • ทางเรือ กรมอุทกศาสตร์ , ไทยเดินเรือทะเล , Starcruises , Seatran Travel , เรือเบญจรงค์ , ไทย ริเวอร์ ครูสก์

  • เว็บไซต์ที่น่าสนใจ : ราคาน้ำมัน , ราคาทองคำ , ราคาหุ้น , อัตราแลกเปลี่ยน , พยากรณ์อากาศ , สภาพการจราจร , ตรวจผลล็อตเตอรี่ , ตรวจผลสลากออมสิน , ค้นหารหัสไปรษณีย์ , ค้นหาที่ทำการไปรษณีย์ , ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ , ดิกชันนารีออนไลน์ , ดิกชันนารีออนไลน์ , รับจองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ทั่วไทย

    เว็บไซต์พันธมิตร : การทำ AdSense , เปรียบเทียบราคา web hosting ราคาถูก , วิเศษแอร์ , มวยไทย , Ezy Trip , น่ารัก ดอทคอม , สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ , เขาหลวง นครศรีธรรมราช , ข้อมูลสายพันธุ์สุนัข , เชียงใหม่ร้อยแปดดอทคอม , Seas Photo Library , Every Thailand , Thailand Shopping Center , ดู TV Online #1 , ดู TV Online #2

    Thailand 's Web Network ::
    Travel Thailand , Dog , Thailand Here , 3 Cha , Thailand Shopping Center , Thailand Hotel Resort Guide , Thai Cuisine Recipe , Thailand web directory , Thai Jewelry , Automotive , Business , Cancer , Finance , Communication , Web Submit Free Directory , Templates , Made AdSense , Insurance , Job seek , Web Hosting , Thailand TV Online , Thailand Map Guide , Play Game Free , Jewelry , JJ Bazaar , Sport Outdoor Shop , Toy Game Shop , Health Ezy , Disease Hit


    อ่านข่าว
    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
    หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
    หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
    หนังสือพิมพ์มติชน
    หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
    หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
    หนังสือพิมพ์ The Nation
    หนังสือพิมพ์ Bangkok Post
    หนังสือพิมพ์สยามกีฬา
    หนังสือพิมพ์ไทยโพส

    ท่องเที่ยวทั่วไทย บ้านใกล้เรือนเคียง (สงวนสิทธิ์สำหรับ web ที่ติดปุ่ม link ของ TourThai ที่หน้าแรก เท่านั้น)
    In Rayong 108Trip.com My Pattaya
    ทัวร์ภูเก็ต Thailand Clip
    ห้างหุ้นส่วนจำกัด เว็บไซต์ทัวร์ไทย ดอทคอม
    เลขที่ 1/1 ซอยบ่อนไก่ ถนนจันทอุดม ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000
    หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 3030757098 , ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ 7262103000020
    Copyright © 1999-2005 TourThai.com ®. All rights reserved.