ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดพิษณุโลก :: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว :: สมุดลงนาม Thai Version
ข้อความ :
ชื่อ / e-mail :
<= กรุณาคลิ๊กเพียงครั้งเดียว

สำหรับท่านที่มีโอกาสได้มาสัมผัส และทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ มีข้อคิดเห็น มีความรู้สึกอย่างไร อยากให้ช่วยเขียนบันทึกไว้ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับท่านอื่นๆ ต่อไป

หรือหากท่านเป็นคนท้องถิ่น ของจังหวัดนี้ อยากจะเขียนเชิญชวน เพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวทั่วไทย ได้มาสัมผัส และรู้จัก มากกว่าข้อมูลที่มีที่นี่ ก็ขอเชิญได้เลยครับ

    ขอเชิญไปเที่ยวเมืองดอกบัวงาม - อุบลราชธานี
    เมืองที่มีประเพณีการแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่
    เที่ยวผาแต้มแหล่งอารยะธรรมโบราณยุคพันปี
    แม่น้ำ 2 สี ชิมปลารสแซบแซบ
    ดินแดนที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนในสยาม
    แนะนำและร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวโดย
    ร้านสิริภา
    จำหน่ายสินค้า otop ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าลายกาบบัว
    ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ เสื้อผ้าสำเร็จรูปบุรุษ - สตรี
    กระเป๋า สินค้าพื้นเมืองของฝากของที่ระลึก
    ราคาที่เป็นกันเองและยุติธรรม
    ร้านสิริภา388 ถ.อุปลีสาน ( ใกล้สามแยกชลประทาน 7 )
    ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
    โทร.0-4524-1569 ,0-1810-7377
    email:sak339@yahoo.com

    โดยคุณ : sak - วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2547 เวลา 12:29:26 นาฬิกา


    ไปมาแล้วสวยมากกกกกกกกกกปีนี้ว่าจะไปอีก ประมาณเดือนต้นตุลาคม ใครจะไปช่วยติดต่อมาด้วยที่ aimka@thaimail.com จะเป็นไกด์พาเที่ยวค่ะ

    โดยคุณ : คนท้องถิ่น - วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2547 เวลา 12:59:09 นาฬิกา


    แค่เนินส่งญาติก็หนาวแล้ว....ต้นสนสวยมาก...อยากไปอีกครั้ง....

    โดยคุณ : tonoor8@hotmail.com - วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2547 เวลา 18:30:08 นาฬิกา


    ประทับใจกับน้ำใจใครบางคน

    โดยคุณ : นน - วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2547 เวลา 10:47:45 นาฬิกา


    ใครอยากเห็นภาพ ไปดูที่นี่ก็ได้นะคะ
    http://www.romeocamping.net/gallery/viewgallery.php?galleryid=25

    โดยคุณ : สาวอุต'ดิต - วันพุธที่ 31 มีนาคม 2547 เวลา 14:52:50 นาฬิกา


    อยากได้รูปมาดูอ่ะครับว่าสวยแค่ไหน

    โดยคุณ : jerapong@rta.mi.th - วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2547 เวลา 15:34:33 นาฬิกา


    ไปภูสอยดาวมาะแล้วสวยจริงๆ เดินขึ้นเขาหลายชั่วโมงจนหมดแรง พอขึ้นมาถึงหายเหนือยเลย อากาศเย็นสบายแต่กลางคืนค่อนข้างหนาว ถ้าใครยังไม่เคยไปน่าจะลองไปดูสักครั้งนะ

    โดยคุณ : เอ๋ - วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2546 เวลา 22:08:54 นาฬิกา




    From : ธวัช ผลสวัสดิ์ (thawat@lux.co.th) Date : 13/12/2000 (00:00:00)


    บันทึก(ไม่)ลับของคนเดินทาง ของ..พรานหม่อง

    บันทึก (ไม่) ลับของคนเดินทาง โดยพรานหม่อง


    ภูสอยดาว


    (12 – 15 ต.ค. 2543)


    เสียงเรียกร้องจากหัวใจ ให้ไปลุยภูสอยดาวหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสดี ๆ ซักที จนกระทั่ง
    ได้ฤกษ์งามยามดีในปีนี้ แล้วความฝันที่จะไปภูสอยดาวของเราก็มาถึงอยากรู้ไหม ! ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
    ลองตามมาดูสิจ๊ะ ………


    หลังจากที่เตรียมศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เรียบร้อย เราก็เริ่มจัดโปรแกรมของเราทันที 12 – 15 ตค. 43
    เป็นวัน D-DAY แน่นอน และแล้วบันทึก (ไม่) ลับของคนเดินทางของพรานหม่องก็เริ่มต้นอีกครั้ง…….
    เอ้า! เร่เข้ามาใครอยากจะไปเที่ยวกับเราบ้าง เชิญ….


    12–10–43 (20.00น .) เส้นทางสู่ภูสอยดาวเส้นนี้เป็นการเดินทางจากกรุงเทพ ฯ (หากใครมีเส้นทาง
    จากภาคอื่น ๆ ก็เล่ามาให้ฟังกันบ้างนะ) เราใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 + 1 จนถึงนครสวรรค์
    แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งตรงสู่ จ. พิษณุโลก เลยทางแยกเข้า อ.บางระกำ
    ไปสักเล็กน้อย เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางบายพาสที่มีป้ายบอกไปอุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข……
    (สำหรับผู้ที่ต้องการไปไหว้พระพุทธชินราชหรือเข้าเมื่องพิษณุโลกให้ตรงไปไม่ต้องเลี้ยวขวา) วิ่ง
    ไปจนบรรจบกับเส้นทางหลวงหมายเลข 11 ตรงไปตามทางที่จะไปอุตรดิตถ์ ระยะทางประมาณ
    18 กม. จนถึงอ. วัดโบสถ์ วิ่งเลยไปอีกเล็กน้อย จะพบป้ายบอกไป อ.ชาติตระการ เลี้ยวขวาเข้าสู่
    เส้นทางหลวงหมายเลข 1296 ทางเส้นนี้เรียบ ลาดยางตลอดถ้าไปถึงช่วงกลางคืนก็ให้ระวังสุนัข
    กับนกฮูก นกเค้าแมวสักหน่อย เพราะพวกเขาจะออกมาสังสรรค์กันอยู่บนถนนสายนี้เยอะมาก
    เน้น เยอะมาก . ก. ก. ก. บางตัวก็นอนชมจันทร์ชมดาวไปตามเรื่อง บางพวกก็จับกลุ่มแซวสาว
    บางพวกก็ไล่ตีกัน (กัด) กันเป็นที่เอิกเกริกโกลาหล ฉะนั้นเวลาขับผ่านเส้นทางสายนี้ก็ขอให้ขับ
    อย่างระมัดระวังกันสักนิดนะครับ เดี๋ยวจะไปรบกวนความสงบสุขของพวกเค้าเข้า ขนาดผมขับ
    ผ่านยังโดนมองค้อนแบบเคือง ๆ เอาซะหลายหนแน่ะ……….


    วิ่งไปจนเจอทาง 3 แยกให้เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1246 ทางเส้นนี้กำลังทำ
    เป็นบางช่วง วิ่งไปจนถึง อ. ชาติตระการ (ถ้าไปถึงกลางวันให้แวะซื้อน้ำดื่ม , พืชผัก และอาหาร
    พื้นเมืองติดไปเลย) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1237 ถนนเส้นนี้แคบสักเล็ก
    น้อยแต่ลาดยางตลอดระยะทางประมาณ 80 กม. วิ่งไปสักเล็กน้อยจะพบอุทยาน ฯ ชาติตระการ
    อยู่ทางขวามือที่ขนานไปกับเทือกเขาสูงทอดยาวเคียงคู่กันไป ถ้าไปถึงแต่เช้าจะแวะเล่นน้ำตก
    ชาติตระการสักนิดก็ได้ แต่อย่าโอ้เอ้นักเพราะต้องไปให้ทันที่ภูสอยดาวก่อนบ่าย 2 โมง (หลัง
    บ่าย 2 โมงทางที่ทำการภูสอยดาวจะไม่ให้เดินทางขึ้น) วิ่งไปเรื่อยผ่านบ้านนาดอน บ้านบ่อภาค
    ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่หนึ่งในโครงการการพัฒนาปลูกป่าภูขัด , ภูเบี่ยง และภูสอยดาว สภาพถนน
    ช่วงนี้ค่อนข้างคดเคี้ยวพอสมควร (ขับรถระวังกันสักนิดหนึ่ง) ไปจนถึงบ้านเหล่ากอหก เลี้ยวซ้าย
    เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1268 จนถึงทางแยกบ้านร่มเกล้า (หมู่บ้านที่รู้จักกันดีในกรณีพิพาท
    ปัญหาเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศในอดีต) จะพบด่านตรวจ จากจุดนี้ไปอีก 11 กม. จะถึงบ้าน
    ใหม่รักไทย มองทางขวามือจะเห็นที่ทำการอุทยานฯ ภูสอยดาวเด่นชัดเจน มีบ้านพัก (สำหรับผู้
    ที่ต้องการความสบายควรพักที่นี่) จากที่ทำการวิ่งเลยไปอีกนิดจะพบทางรูปตัวยู มีป้ายบอกว่า
    “น้ำตกภูสอยดาว” ให้จอดรถแล้วไปติดต่อ เจ้าหน้าที่ที่อาคารหมายเลข 1 อยู่บนเนินขวามือมี
    เสาธง (ถ้าไปถึงยังมืดอยู่ให้นอนพักผ่อนเอาแรงไว้ก่อน)


    เจ้าหน้าที่จะเปิดทำการเวลา 8.00 น.
    แจ้งความประสงค์ขอขึ้นภูสอยดาวและติดต่อเรื่องลูกหาบกับเจ้าหน้าที่เลย เขาจะจัดหาคิว
    ลูกหาบให้ (ค่าลูกหาบแบกของ กก. ละ10 บาท) ที่นี่จะเสียค่าถุงขยะดำ (จำนวนมากน้อยแล้ว
    แต่ขนาดของกลุ่ม) ถุงละ 100 บาท ขากลับลงมาเอาถุงขยะลงมาด้วยไปแลกเจ้าหน้าที่จะคืน
    เงินให้ตามจำนวนถุง (ความคิดนี้ดี น่าสนับสนุนเพราะจะตัดปัญหาขยะบนดอยได้ดีมาก)
    13-10-43 (07.00น.) ก่อน 8 โมงขณะรอเจ้าหน้าที่ ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะมีร้านค้าข้างทางควรหาอะไร
    รองท้องก่อนเดินขึ้น อย่าลืมติดน้ำดื่ม , ขนม , ลูกอม ,ของรองท้องเช่น ข้าวเหนียวไก่ย่างติดไม้
    ติดมือไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินทางขึ้นประมาณ 5 ชม.เป็นอย่างต่ำ หรือใครจะอาบน้ำ
    แปรงฟันก็มีห้องน้ำบริการเสร็จสรรพ


    คำเตือน จากนี้ไปจะเป็นทางเดินแสลงสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายนะครับ โปรด
    พิจารณาตนเองด้วย แต่สำหรับขาลุยละก้อ …….LET GO!!!!


    นับจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการเดินเท้าที่ระยะทางความยาว 7.5 กม. ในสภาพลาดชันแบบต้อง
    ปีนป่ายไปตามไหล่เขาเพื่อให้ถึงจุดสุดยอดของพื้นที่ที่มีชื่อเสียงจากการเล่าขานตลอดมาว่า
    สวยงามยิ่งนัก


    เริ่มลุยกันนะจ๊ะ จากริมถนนใหญ่หน้าน้ำตกภูสอยดาว (เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1268)
    เริ่มเดินเท้าผ่านเส้นทางลัดเลาะสำธารน้ำตกภูสอยดาว ช่วงนี้จะมีป้ายบอกสถานีต่าง ๆ เป็น
    ระยะทั้งหมด 14 สถานี (เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับธรรมชาติ
    วิทยา) น้ำตกภูสอยดาว มี 5 ชั้นมีชื่อเรียกดังนี้ “สอยดาว , สกาวเดือน , เหมือนฝัน , กรรณิการ์
    และสุภาภรณ์” ตอนนี้เป็นการวอร์มอัพเบา ๆ กันก่อน เดินลัดเลาะไปตามขอบแอ่งน้ำตกมีความ
    ร่มรื่นเย็นสบาย แม้จะต้องปีนป่ายบ้างเป็นบางช่วง ข้ามสะพานต้นไม้ 3 สะพาน ป่าแถบนี้เป็น
    ป่าเบญจพรรณเราจะได้เห็นต้นตะเคียนทอง (ยังไม่มีรอยขูดขอหวย) , กาสะลอง ซึ่งแต่ละต้น
    ใหญ่มาก เมื่อผ่านสถานีทั้ง 14 แห่งแล้ว ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ร่างกายในด้านความ
    พร้อมของบการออกกำลังกายล่ะ


    แล้วเราก็เริ่มปีนป่ายไหล่เขาซึ่งกั้นระหว่าง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก กับ อ.น้ำปาด
    จ.อุตรดิตถ์ ช่วงแรกจะเป็นเนินลาดชัน บางจุดค่อนข้างสูง และเป็นหน้าผาในแนวตั้งมากพอ
    สมควร (ราว 85 องศา) บริเวณนี้เป็นเนินแรกมีชื่อเรียกว่า “เนินปราบเซียน” เป็นป่าไม้ -
    เบญจพรรณสลับกับป่าไผ่ (เนินนี้เหมาะสำหรับชายโสดที่ยังไม่มีแฟนและพยายามหาอยู่
    สำหรับทำคะแนนให้ตัวเอง เพราะจะมีโอกาสแต๊ะอั๋งเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนช่วยจูงช่วยฉุดช่วยดัน
    (หลัง) แต่อย่าไปดัน (ก้น) เขาล่ะ เพราะคะแนนจะตกลงไปเขาจะหาว่าทะลึ่ง เผลอ ๆ ได้ลูก
    ตบเป็นของแถมอีกต่างหาก


    เป็นไงบ้างครับสำหรับการเรียกน้ำย่อยเนินแรก เอ้า! แวะพักเหนื่อยกันที่แคร่ไม้ไผ่ที่
    ทางอุทยามฯ ทำไว้ให้กันสักหน่อยก่อน (หรือจะแสดงความดีใจกับคนที่เริ่มมีคะแนนนิยมใน
    การหาแฟนก็ไม่ผิดกติกาอันใด แต่อย่างพึ่งให้ออกหน้าออกตานัก)


    หายเหนื่อยกันแล้วใช่มั๊ย ! ไปต่อกันละนะ เนินที่ 2 มีชื่อเรียกว่า “เนินป่ากอ” เนินนี้
    จะเริ่มไต่ความสูงไปเรื่อย ๆ ทางเดินเรียบบ้างสลับกับขั้นสูงต่ำ บริเวณนี้จะเป็นป่าไผ่ลำต้น
    ใหม่มาก (ใครที่ไม่มีผักสดติดมา จะลองหาดูหน่อไม้ไปต้มกินก็ได้) เดินสบาย ๆ ไปเรื่อย ๆ
    สำหรับช่างภาพทั้งหลายลองมองดูดี ๆ จะเห็นพวกเฟริน , มอส , ไลเดน , หวาย , เถาวัลย์
    และมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพเป็นระยะ ๆ


    จากเนินป่ากอเราเริ่มเข้าสู่เนินที่ 3 ที่มีชื่อว่า “เนินเสือโคร่ง” เส้นทางเริ่มลาดชันขึ้นไป
    เรื่อย ๆ ช่วงเส้นทางนี้เป็นป่าทึบขึ้นทางเดินแคบลง 2 ข้างทางเป็นหน้าผา ทางเดินซ้ายและขวา
    จะมองเห็นภูเขาลูกถัดไป เป็นหน้าสีเขียวเป็นระยะ ถ้าแสงดี ๆ สำหรับช่างภาพก็พอจะได้ ภาพ
    สวย ๆ บ้างนะครับแล้วแต่มุมมอง เดินลอดไม้ล้มบ้าง ปีนข้ามบ้าง ไปตามเส้นทาง วันที่เราไป
    เราได้พบกับรอยเท้าของเสือด้วย แต่เป็นรอยที่ไม่ใหญ่นัก คาดว่าเขาคงจะเดินผ่านทางเดินจาก
    ผ่าฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาตามทางเดินหากันของเขา (ถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นรอยเท้าของหมีด้วย ขณะ
    เดินก็พยายามภาวนาก็แล้วกัน ว่าขอให้ได้เห็นแต่รอย แต่ตัวไม่ต้องโผล่มาให้เห็นก็ด้าย ยกเว้น
    พวกเบื่อโลกหรือเซ็งชีวิต ก็ภาวนาในทางกลับกันก็แล้วกัน ถ้าโผล่มาก็ เฮ้ย! ตัวใครตัวมันโว้ย)


    เอาล่ะในที่สุดเราก็ผ่านมาได้ 3 เนินแล้ว ตอนนี้เรามาหยุดพักสักนิดก่อนจะลุยขึ้นเนิน
    ที่ 4 ก่อนจะเป็นผู้พิชิตสวนสนสามใบบนยอดภูสอยดาว ช่วงพักนี้ก็ขอให้ขาลุยทั้งหลายสำรวจ
    ตัวเองเพื่อความพร้อมก่อน ใครที่น้ำมันข้อเท้ารั่วก็เติมซะ ใครน๊อตลูกสะบ้าหัวเข่าหลุดหรือ
    หลวมก็จัดการเปลี่ยนหรือขันให้แน่นซะก่อนนะ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน


    พร้อมหรือยังสำหรับการเป็นผู้พิชิตภูสอยดาว ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย….ย….ย. เย้ เนิน
    ที่ 4 จะเป็นเนินสุดท้าย สำหรับวันนี้แล้ว เนินนี้มีชื่อว่า “เนินมรณะ” (ฟังชื่อแล้วหนาว) เป็นเส้น
    ทางไต่หน้าผาสูงชัน ทางเดินจะแคบและรกมีหน้าผาอยู่ 2 ข้าง อย่าพยายามเดินออกนอกเส้น
    ทาง(ยกเว้น พวกเบื่อโลกหรือเซ็งชีวิตที่รอดมาจากเนินที่ 3) สำหรับเนินนี้เราจะได้สัมผัสกับไอ
    หมอกและก้อนเมฆที่พัดผ่านตัวเราไป จากเนินนี้เราต้องขึ้นให้ถึงลานสนข้างบนก่อน 6 โมงเย็น
    จะเป็นการดี มิฉะนั้นแล้วจะอันตราย เพราะหมอกจะเยอะจัดมากทำให้มองไม่เห็นทางเดินและ
    จะมืดเร็วด้วย (สาเหตุนี้ที่ทางอุทยานฯจึงไม่ยอมให้ขึ้นหลังบ่าย 2 โมง) ทางปีนชันไปเรื่อย ๆ แคบ
    และรกป่าหญ้าคาที่ชันสูงมาก เป็นหน้าผาสูงชัน ปกคลุมด้วยไอหมอกตลอดเวลา


    เอ้า ! เร็วอีกนิดเดียวจะถึงกันแล้ว ช่วงนี้ใครเหนื่อยมากให้พยายามพักตามที่ว่างข้างทาง
    เป็นระยะ ๆ นะครับ (และช่วงนี้อีกเหมือนกันที่เหมาะสมสำหรับคนโสดที่ที่จะทำคะแนนนิยมอีก
    ครั้งแล้วก็ยังเหมาะสำหรับท่านที่มีแฟนแล้วแต่อยากเลิกหรือหาใหม่ เพราะสามารถหลอกแฟน
    ให้ไปยืนถ่ายรูปริมหน้าผาแล้วบอกให้ถอยอีกนิด ๆๆๆๆ จนแฟนตกลงไปตายได้)


    และแล้ว แอ่น แอ๊น ! เราก็เป็นพวกแรกสำหรับวันนี้ที่ขึ้นมาถึงลานสนบนยอดภูสอยดาว
    เราใช้เวลา 4 ชม. กับ 9 นาที (เริ่ม 8.30 น. ถึง 12.39 น.) ณ จุดนี้เองเสียงบ่นและความเหนื่อย
    ก็คลายหายไปมองไปรอบ ๆ บนนี้จะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา (เอ้าตากล้องเตรียมกดชัตเตอร์ได้ตาม
    สะดวก) เราจะได้เห็นทุ่งสนสามใบ เบื้องล่างผิวดินจะเนืองแน่นไปด้วยเหล่าไม้ดอกนานา
    พรรณ ดอกหงอน พาดผลิดอกสีม่วงบานท้ายทายสายตา (ดอกหงอนนาดเช้าจะยุบ จะเริ่ม
    บานตอนสายสัก 10 โมงไปแล้ว) และจะชูก้านปลิวสะบัดไปตามแรงลมคือดอกเอนอ้าสีชมพู
    แซมช่อดอกออกมาเป็นเกสรสีเหลืองอร่าม ทอดสายตาไปในแนวทุ่งสนสามใบจะแน่นไปด้วย
    ดอกตาเหินไหวที่มีดอกสีขาวตัดกับพื้นผิวของลำต้นสน เท้าเบื้องหน้าเต็มไปด้วยดอกกระดุม
    เงิน , กระดุมทอง ตลอดไปถึงเอื้องนวลจันทร์ และหากส่งสายตาไปตามเสียงหวีดหวิวของ
    สายลมที่ต้องใบสนบนคาคบเบื้องบนก็จะได้สัมผัสกับกล้วยไม้ดินที่ชูช่อออกดอกสีเหลืองสวย
    งามน่าดู บนพื้นดินแซมด้วยดอกดินสีแดงเป็นระยะ แวะเก็บภาพกันสักชุดหนึ่ง แถวป้าย
    ผู้พิชิตลานสนสามใบยอดภูสอยดาวที่ระดับความสูง 1,633 ม. จากนั้นก็เดินเข้าสู่บริเวณที่
    กางเต้นท์ เลือกบริเวณทำเลดี ๆ หน่อยนะครับ


    ขณะนั่งรอลูกหาบเราก็จัดการกับข้าวเหนียวเนื้อทอดที่เตรียมมาเป็นการรองท้องในมื้อ
    เที่ยง อื้มห์………อาหร่อยมาก…..ก…..ก (คงจะเป็นเพราะหิวมาก) เสร็จจากอาหารมื้อเที่ยง
    ลูกหาบก็ขึ้นมาถึงพอดี (ถึงตอนนี้ให้นัดแนะกับลูกหาบให้เรียบร้อย ว่าเราจะลงวันไหนลูกหาบ
    ชุดเดิมจะขึ้นมารับของจากเราในวันที่เราจะกลับ)


    เราเลือกเดินข้ามลำธารไปกางเต้นท์ฝั่งบ้านพักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (กางเต้นท์แล้วอย่า
    ลืมขังผ้าใบกันน้ำค้าง และฝนให้เรียบร้อยด้วยเพราะฝนจะชุกมาก,น้ำค้างแรง ) เสร็จสรรพเรียบ
    ร้อย เราก็เดินไปอาบน้ำในลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไรนัก (โปรดสังเกตุจะมีป้ายบอกน้ำกิน
    น้ำใช้) ใครจะเข้าห้องน้ำก็ไปขอกระป๋องจากเจ้าหน้าที่ แล้วไปตักน้ำในลำธารไปไว้สำหรับทำ
    ความสะอาดด้วย จากนั้นช่างภาพเตรียมตัว เราจะไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ 2 สัญชาติกัน (อาทิตย์จะตกในฝั่งไทย แต่ดันไปโผล่ขึ้นฝั่งลาวในวันรุ่งขึ้น ) ได้ภาพมาแล้วเราก็กลับมาที่เต้นท์
    หุงหาอาหารเย็นกินกัน จากนั้นตามอัธยาศัย


    คืนวันที่เราไปเป็นวันออกพรรษาพอดี เราเลยอดนอนนับดาวกัน แต่เมื่อดวงจันทร์ขึ้น
    สูงเต็มดวง สำหรับช่างภาพ + คู่หวานแหววทั้งหลาย ก็รู้สึกว่าจะดื่มด่ำกับบรรยากาศที่โรแมน
    ติกไปอีกแบบหนึ่งนะ หลังจากถ่ายภาพจันทร์เต็มดวงแล้วเราก็แยกย้ายกันเข้านอนเอาแรงไว้
    เตรียมลุยภาคเช้าพรุ่งนี้ต่อ สำหรับวันนี้ คร่อก………..ฟี้


    14-10-43 (06.00 น.) เช้านี้เราตื่นขึ้นด้วยความไม่สดชื่นเท่าที่ควร (เนื่องจากเมื่อคืนนักท่องเที่ยวกลุ่ม
    ใหญ่กลุ่มหนึ่งซึ่งขึ้นมาทีหลังมากางเต้นท์ข้าง ๆ เราแล้วเปิดบ่อนเล่นไพ่ กินเหล้ากันเสียงดัง
    จนดึก) เราต้มน้ำชงกาแฟกันแล้วออกเดินทางไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งลาว (แต่รู้สึก
    ผิดหวังเล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากได้ภาพไม่ค่อยสวยมากนักเพราะทางด้านนี้มีแนวภูเขา
    สูงฝั่งลาวกั้นอยู่กว่าจะเห็นดวงอาทิตย์ก็สว่างมากแล้ว) แต่เราก็ทดแทนความรู้สึกผิดหวังนี้ได้
    ด้วยการถ่ายภาพทุ่งใยแมงมุมนับพัน ๆ ใย ที่ต้องละอองน้ำค้างยามเช้าบนลานทุ่งดอกกระดุม
    เงิน สวยมากทุ่งใยแมงมุมนี้ถ้าต้องการภาพก็ขอให้ออกเดินแต่เช้าสักนิด เพราะถ้าสายแมงมุม
    จะเริ่มเก็บใยของตัวเองจนหมด

    จากนั้นเราก็เดินไปตามทางเดินเลียบแนวเขตกั้นไทย – ลาว
    จะพบทุ่งหญ้าสะวันนาสลับทุ่งสนสามใบ มองดี ๆ จะพบช่อดอกฮ่อตะพายควาย สีน้ำเงินอม
    ม่วงสีสดหรือจะถ่ายภาพมอส , เฟริน , ปรง ที่เกราะตามลูกหินก็สวยดี อีกอย่างที่มีมากก็คือ
    ตั๊กแตนสีเขียวสดแบบปีก แมลงพับตัดด้วยเส้นสีเหลืองสด เก๋ไปอีกแบบ


    เราย้อนกลับมาที่เต้นท์เกือบ 10 โมงเช้าเพื่อหุงหาอาหารกินกันก่อนสักนิด แล้วทีนี้เราจะ
    บุกเข้าป่าดิบกัน หลังอาหารเช้า (ซึ่งสายมาก) เราก็เริ่มบุกเข้าป่าดิบ (ทางเดินเส้นนี้ถ้าจะให้ดีควร
    มีเข็มทิศติดตัวไปด้วย หรือจะติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้นำทางไปก็ได้)


    จากสายและตลอดบ่ายวันนั้นเราเดินเลาะแนวตะเข็บชายแดนไทย-ลาว เราเดินข้าม
    เขตแนวเส้นแบ่งดินแดนระหว่างไทย-ลาว ซึ่งเป็นเส้นแนวของสันเขาฝีปันน้ำ พื้นที่กว่า 3,000
    ไร่ที่ครอบคลุมพื้นที่ของทั้ง 2 ประเทศ คือประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน
    ลาว โดยเป็นพื้นที่อยู่ในฝั่งลาวประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งอีกไม่นานก็จะมีการปักเขตแดนกันให้เป็น
    ที่เรียบร้อย


    เราเดินถึงป่าดิบแห่งแรก (บริเวณนี้มีป่าดิบ 3 ป่า) เราจะพบป้าย “เขตห้ามเข้า” และป้าย
    “ห้ามเดินออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาด” ติดอยู่บนต้นส้นเป็นระยะ (ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่นำทางมาด้วยอย่างล่วงล้ำเข้าไป เพราะเขตฝั่งลาวด้านโน้นยังคงมีระเบิดที่ยังไม่ได้กู้เป็นจำนวนมาก อาจเป็นอันตรายได้)
    ผ่านป่าดิบแห่งแรกเข้าสู่ป่าดิบแห่งที่ 2 จุดนี้เราแอบเข้าไปเพื่อเก็บภาพของใบเมเปิ้ล 3
    แฉกสีแดงที่ตกลงมาค้างบนท่อนไม้ล้ม ภาพที่ได้มาจะเห็นสีแดงสดของใบเมเปิ้ลตัดกับสีเขียว
    สดของมอสและเฟรินบนขอนไม้สวยงามมาก คุ้มค่ากับที่เราแอบเข้าไปในเขตนั้น


    ส่วนป่าดิบแห่งที่ 3 เมื่อเข้าไปแล้วก็มองดูสูง ๆ จะเห็นกล้วยไม้รองเท้านารี แต่ตอนที่เรา
    นั้นดอกยังไม่บานมกา และแสงก็ไม่ค่อยมีเลยเก็บภาพไม่ได้ กลับจากป่าดิบเรายังได้มาเห็นต้น
    ว่านงูซึ่งมีอยู่หลายพันธุ์ เป็นต้น ว่านสีเขียวมีช่อดอกห้อยเป็นงวงเป็นตุ้ม ๆ บางพันธุ์เป็นสีเขียว
    อย่างเดียว บางพันธุ์ก็ข้างบนสีเขียวส่วนด้านโคนจะเป็นลายสีน้ำตาลคล้ายงูเหลือม งูหลาม
    มองดูแปลกตาไปอีกแบบ


    อ้อ! ขอเตือนสักนิดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปว่า ควรช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ไม้ที่เรามี
    อยู่กันหน่อยนะครับ อย่าเที่ยวไปหักหรือเด็ดทิ้ง เวลาเดินจะเหยียบย่ำผ่านก็ลองมองดูทิศทาง
    ที่จะเดินสักนิด บางท่านอาจจะกำลังเหยียบลงไปบนต้นสนน้อยที่พึ่งจะเริ่มแตกตัวออกมา ถ้า
    ท่านไม่ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ อีกหน่อยพันธุ์ไม้ในฝั่งไทยก็จะลดน้อยลงและหดหายไป ขณะ
    ที่ฝั่งลาวกลับอุดมสมบูรณ์ เราจะนึกเสียดายกันภายหลัง ช่วยกันรักษาสิ่งที่เรามีอยู่เพื่อให้นักท่อง
    เที่ยวรุ่นลูกหลานเหลนโหลนของเราได้รู้จักพบเห็นเหมือนเช่นกัน ปัจจุบันที่เราได้มีโอกาสรื่นรมย์
    กันอยู่เถอะนะครับ ขอร้อง


    เรากลับมาที่พักทำอาหารเที่ยงกินกันก็บ่ายแก่ ๆ มากแล้ว อาจจะเลยเวลาไปนิดแต่สิ่งที่
    เราได้ไปลุยพบเห็นในป่าดิบก็คุ้มค่ามากในความรู้สึกของเรา หลังอาหารเราผูกเปลนอนชมวิว
    ฉากด้านหลังของเราเป็นภูเขาสูงใหญ่ (ปัจจุบันเป็นของเขตลาว) ด้านหลังของภูเขาลูกนี้จะมีแนว
    ทอดขวางยาวแยกออกไปอีกเส้นหนึ่ง ห่างออกไปจากภูเขาลูกนี้สักประมาณ 20 กม. คือบริเวณ
    ที่มีการสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนกันในอดีต เวลายังเหลืออีกก่อนพระอาทิตย์จะตกใครยังไม่เหนื่อย
    ก็ลองเดินไปดูน้ำตกสายทิพย์ก็ได้นะครับ อยู่ไม่ไกลจากที่พักนัก


    ตกเย็นไอหมอกเริ่มลามเข้ามา เราจัดการย้ายเต้นท์ของเราออกมาอีกนิด (เพื่อความสงบ
    ของเราเอง) หลังอาหารเย็นก็นอนเปลคุยกัน ชมจันทร์จนดึก ไอหมอกเริ่มมากขึ้นจนมองรอบตัว
    แทบไม่เห็น เราก็เข้านอนพักผ่อนเอาแรงเตรียมตัวลงจากภูในวันพรุ่งนี้


    15-11-00 (06.00 น.) เช้านี้เราตื่นด้วยความสดชื่นเนื่องจากได้พักผ่อน (อย่างสงบ) เต็มที่เก็บเต้นท์และ
    ข้าวของ ไอหมอกยังคงเต็มอยู่ ขณะรอลูกหาบเรายังออกไปเก็บภาพสวย ๆ ได้อีกชุด เมื่อพร้อม
    เสร็จสรรพทุกสิ่งเราก็เริ่มเดินทางลงจากภูสอยดาว ทางลงยังคงชื้นด้วยละอองน้ำค้างและหมอก
    (ระวังลื่น) เราเป็นคณะแรกอีกเช่นเคยที่เดินลง ระหว่างทางขาลงก็ยังสามารถเก็บภาพต่าง ๆ
    อีกเป็นระยะจนกระทั่งถึงที่ทำการขาลงเราใช้เวลา 2 ชม. 7 นาที (เริ่ม 08.00 ถึง 10.07 น.)
    หลังจากลงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ (อาคารหมายเลข 1) และเคลียร์คืนถุงขยะ, ลูกหาบเรียบร้อยแล้ว
    เราก็อาบน้ำข้างที่ทำการ


    จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทางกลับ กทม. โดยใช้เส้นทาง 1268 ย้อน
    กลับเข้า อ.นาแห้ว แล้วเข้าเส้นทาง 2115 สู่ อ.ด่านซ้าย แวะกินข้าวกลางวันที่ตลาด แล้วแยก
    เลี้ยวขวาผ่านพระธาตุศรีสองรัก (ถ้าจะแวะไปไหว้อย่าใส่สีแดง เขาถือกันเป็นประเพณี) จาก
    นั้นเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวง 203 ผ่าน อ. หล่มเก่า (ถ้ามีเวลาควรจะแวะกินขนมจีนหล่มเก่า
    ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ อ. นี้) เข้าสู่ อ.หล่มสัก เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 21 ผ่านเพชรบูรณ์-ชัยบาดาล
    -สระบุรี ถึง กทม. โดยสวัสดิภาพ เหลือเพียยงความทรงจำดี ๆ และภาพถ่ายสวย ๆ เก็บเข้าสู่
    บันทึกการเดินทางของเราอีกชุดหนึ่ง และก็ยังตั้งความหวังจะไปภูสอยดาวอีกครั้งเมื่อโอกาส
    อำนวย เผื่อว่าคราวนี้เราจะไปนอนนับดาวอีกที.


    ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการเตรียมตัวสู่ภูสอยดาว


    1. ศึกษาเส้นทางการเดินทาง + ข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกับวางแผน + โปรแกรมการเดินทางทั้งไป
    และกลับ


    1. จัดเตรียมของ

    - เตาแก๊ส , แก๊สกระป๋อง , หม้อและกะทะสนาม , กระติกน้ำ จะสะดวกที่สุด

    - เต้นท์ ,ผ้ากันฝนหรือ Fly Smeet , ถุงนอน , เปลสนาม

    - ของใช้ส่วนตัวเท่าที่จำเป็น3

    - ยาสำหรับผู้เป็นโรคประจำตัว , ยากันแมลง , ยาหม่อง

    - เสื้อกันฝน , เสื้อหนาว

    - น้ำดื่ม , อาหาร , ลูกอม , บุหรี่ (ถ้าสูบ)

    - แผนที่ , เข็มทิศ

    - กล้อง , ขาตั้ง , VDO , ฟิลม์ (เยอะสักนิดเพราะมีรายละเอียดให้เก็บเยอะ)

    1. ฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนไป


    ข้อควรระวัง

    บนภูจะมีแมลงชนิดหนึ่ง เรียกว่า ขุ้มหรือคุ่ม (ไม่แน่ใจสะกดอย่างไร) เยอะมาก เวลากัดเราจะ
    ไม่รู้ตัว ยิ่งมันดูดเลือดเรานาน จุดที่มันกัดจะแดงแผ่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
    ส่วนทากมีน้อยมาก ถ้าไม่ลุยเข้าหญ้ารก ๆ หรือป่าดิบ แทบจะไม่เจอเลย
    แมลงหวี่ , ตัวริ้น มีพอสมควร


    ข้อเสนอแนะ


    - การให้นำถุงขยะขึ้นไปแล้วเก็บขยะลงมาคืนเงิน (ดีมาก)

    - ข้างบนควรมีเตาถ่าน พร้อมถ่านถุงให้เช่าแบบภูกระดึง

    - ควรชี้แจงกฏของกรมป่าไม้ให้นักท่องเที่ยวทราบ โดยจัดหาแผ่นพับ , รายละเอียดแผนผัง
    บริเวณแจก ณ ที่ทำการอาคารหมายเลข 1

    - ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวตัดไม้ทำลายป่ามาก่อไฟ เพราะที่ขึ้นไปเท่าที่เห็นมันมีอยู่หลายกลุ่ม
    ที่ไปตัดเอาต้นไม้สด ๆ มาก่อกองไฟกัน ซึ่งนอกจากติดยากแล้ว บางครั้งตัดกันมากเกิน
    ความจำเป็น แล้วก็ทิ้งไว้เมื่อตนเองกลับ เสียดายไม้มาก

    - ห้องน้ำข้างบนควรเพิ่มถังตักน้ำสักนิด พร้อมติดป้ายให้ช่วยกันรักษาความสะอาด

    - เพิ่มป้ายชี้แจงข้างบน ให้ชัดเจนเช่น การส่งเสียงอึกทึก , การตัดไม้ก่อไฟ

    - ท้ายสุดใคร่ขอวิงวอนนักท่องเที่ยวทั้งหลายว่า หากท่านเดินทางขึ้นไปทุกอย่างที่นำขึ้นไป
    ควรนำกลับลงมาทุกชิ้น ทุกอย่างไม่ควรทิ้งไว้โดยเฉพาะขยะ เพราะจะเป็นอันตรายต่อ
    สัตว์ป่าของพื้นที่ที่มันอยู่เป็นจำนวนมาก และประเภทสัตว์ที่กำลังหายากใกล้จะสูญพันธุ์
    อีกทั้งพันธุ์ไม้ควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้ หวังว่าคงต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึก และช่วยดูแล
    ให้เกิดผลของการปฏิบัติในกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยกันนะครับ





    ด้วยรักและปรารถดี


    www.พรานหม่อง.COM

    โดยคุณ : thawat@lux.co.th - วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2546 เวลา 16:30:36 นาฬิกา


    เราจะไปเดือน ธ.ค. นี้ล่ะ

    โดยคุณ : tiler_@hotmail.com - วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2546 เวลา 11:39:55 นาฬิกา


    ิอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวสวยมากอยากให้เพื่อนได้ไปเที่ยวยิ่งหน้าหนาสยิ่งสวย
    ไปเที่ยวกันนะค่ะ

    โดยคุณ : dreampaew@hotmail.com - วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2546 เวลา 17:42:10 นาฬิกา


    ผมจะไปวันที่ 10-12 ต.คนี้มีใครอย่าไปบ้างครับยังมีที่ว่างอีก2-3ที่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง หารเท่ากัน 091698069 โทรก่อนวันที่8นะครับ

    โดยคุณ : แต้ คนรักป่า - วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2546 เวลา 15:49:19 นาฬิกา


    ไม่คิดว่าบ้านพักของอุทยานแห่งชาติจะพัฒนาได้ดีขนาดนี้ สวยงาม สะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก น่าจะเป็นคู่แข่งกับรีสอตร์ได้เลย

    โดยคุณ : doaddeo99@hotmail.com - วันอังคารที่ 30 กันยายน 2546 เวลา 08:44:52 นาฬิกา


    แทบขาดใจตอนขา แต่พอถึงที่แล้ว รู้สึกถึงคำว่า"เกินคำบรรยายจริงๆ" คำว่าเหนื่อยหายไปจากความคิดเลย
    อยากไปอีก..แต่กลัวเมื่อย

    โดยคุณ : rumrai@yahoo.com - วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2546 เวลา 08:16:35 นาฬิกา


    ผมจะเดินทางไปเที่ยว ภูสอยดาว สนใจอยากไปเที่ยว ก็ลอง Maii มาคุยกันที่ dumprig@hotmail.com เดินทางวันที่ 8 สค.46(หลังพี่เลิกงานนะ) กลับ 13สค. 46 (แน่นเฉพาะชาย หญิงที่ไม่ใช่คุณหนูนะ ลำบากด้วย) พี่ เค

    โดยคุณ : dumprig@hotmail.com - วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2546 เวลา 12:34:12 นาฬิกา


    ประทับใจม๊ากกกกกก
    เราออกจาก กทม. ไปลงรถที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แล้วต่อรถสองแถวไปยัง อช.ภูสอยดาว ช่วงนั้นมีมรสุมพอดี ฝนตกตลอดเวลาที่เดินทาง เปียกตั้งแต่เริ่มเดินขึ้นภูจนถึงยอดภู หฤโหดสุดๆ ทั้งหนาวทั้งเหนื่อย แต่มันส์มาก ขึ้นไปถึงข้างบนของทุกอย่างที่เตรียมไปเปียกหมด ทั้งเต๊นท์ ถุงนอน เสื้อผ้า ต้องเอามาผิงไฟ มีทั้งแห้งและไหม้ เต๊นท์กางนอนไม่ได้เพราะฝนตกตลอด ต้องนอนใต้เพิงที่พักเจ้าหน้าที่ ตื่นเช้ามาหมอกเต็มไปหมด แต่สวยมากกกกก ตลอดเวลาจะมีฝนตกสลับกับหมอก เป้นอะไรที่รวดเร็วมาก แต่สุดจะบรรยายว่ามันสวยแค่ไหน ต้องได้เห็นด้วยตาตนเอง ได้เดินลงไปยังน้ำตกสายทิพย์ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงความเป็นธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ทั้งทิวเขา ผืนป่า สายหมอก และดอกไม้ รวมทั้งบรรยากาศ อยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสว่าสวรรค์มีจริง

    โดยคุณ : nat - วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2546 เวลา 22:18:49 นาฬิกา


    อยากไปมาก เค้าบอกว่าสวยและโหดมาก เคยไปภูกระดึงมาแล้ว อยากไปภูสอยดาวบ้าง

    โดยคุณ : TOR - วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2546 เวลา 21:14:56 นาฬิกา


    ไปกับเพื่อนเมื่อปีที่แล้ว ทางโหดมาก แต่ ป่าระหว่างทางสวย แทบหายเหนื่อย
    ไปไงถ้าคิดจะมาร่างกายต้องพร้อมนะ
    อากาศหนาว กลางคืนสวย เห็นดาวชัด เหมือนจะเอื้อมหยิบดาวถึงเลย ไปกับเพื่อน 4 คน โบกรถไปแบบไม่ได้วางแผนกันมาก่อน สนุก ตื้นเต้น และน่าประทับใจมาก เป็นไปได้อยากไปอีกแน่นอน

    โดยคุณ : jee_06@hotmail.com - วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2546 เวลา 16:11:24 นาฬิกา


    ไปภูกระดึงแล้ว( 2 เที่ยว) น้ำตกทีลอซู ที่ว่าโหดสุดๆ(ระยะทาง) สบายมาก
    แต่ภูสอยดาวยังเข็ดไม่หายยังทำใจไม่ได้อย่าเพิ่งชวนไปตอนนี้เลย ขอทำใจก่อนเพราะกลับมานี้แทบเอาชีวิตไม่รอด(อ้วกตลอดทาง) ขอแนะนำใครต้องการไปภูสอยดาวโปรดเตรียมสุขภาพให้พร้อม

    โดยคุณ : ออ - วันพุธที่ 30 เมษายน 2546 เวลา 15:19:52 นาฬิกา


    good

    โดยคุณ : chuen_t@thaimail.com - วันอังคารที่ 22 เมษายน 2546 เวลา 10:15:26 นาฬิกา


    ไปเที่ยวมาแล้วตอนปีใหม่ ประทับใจมากจริงๆ ทางโหดและมัน หากมีโอกาสอยากชวนเพื่อนๆ ไปลองเที่ยวดู แต่ต้องเตรียมตัวดี ดีล่ะ ถ้าของหนักใช้บริการลูกหาบจะดีที่สุด ของที่ไม่จำเป็นอย่าพกไปด้วยเด็ดขาด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง(เดิน) เป็นการไปเที่ยวเชิงพจญภัย เน้นความอดทน น้ำดื่มต้มดื่มเองนะจ๊ะ เป็นอะไรที่ได้บรรยากาศมาก จะแบกขึ้นก็ได้แต่อย่าเลย ข้างบนตอนที่ไปไม่มีขายหรอกนะ ไปเถอะรับรองคุ้มค่า ธรรมชาติสวย ดาวก็สวย

    โดยคุณ : sweetcool3@yahoo.com - วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2546 เวลา 16:48:28 นาฬิกา


    กำลังหาเพื่อนไปอยู่ ใครสนใจบ้าง แล้วก็ถ้าใครกำลังจะไปก็บอกด้วยนะ อยากไปเห็นเพื่อนที่ไปเล่าว่าสวยมาก และที่สำคัญอยากไปลองขึ้นเขาดู จะเหมือนที่ ที่เคยไปมาหรือเปล่า อย่าลืมนะถ้าใครจะไปชวนด้วย (jkumdee@yahoo.com)

    โดยคุณ : kkk - วันอังคารที่ 14 มกราคม 2546 เวลา 16:17:11 นาฬิกา


    จากภูเรือไปภูสอยดาวเกิดขับรถไปทางด่านซ้ายชาติตระการและก็ภูสอยดาว ช่วงระหว่างภูสอยดาวชาติตระการค่อนข้างเปลี่ยว แต่พอไปเจอทางสายภูสอยดาวเมืองเลย ทำให้น่าโมโหเพราะไม่เช่นนั้นมาทางด่านซ้ายนาแห้วภูสอยดาวได้สบาย มาถึงก็ยังแปลกใจเพราะที่อุทยานแห่งชาติที่อื่นเก็บค่ารถค่าเข้าชมและค่ากางเต๊นท์ แต่ที่ภูสอยดาวไม่เก็บเพราะเห็นว่ายังไม่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ และที่สำคัญบริเวณที่พักอยู่ในเขตจังหวัดพิษณุโลก แต่พอไปน้ำตกภูสอยดาวเกิดเป็นเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ที่สวยก็ตรงที่ทางขึ้นมีน้ำตกไหลผ่านสวยไปอีแบบหนึ่ง คิดว่าจะขึ้นไปเที่ยวบนยอดภู เพราะเคยขึ้นภูกระดึงหลายสิบครั้งและคนบางคนบอกว่าขึ้นยากกว่าภูกระดึงเลยอยากทราบว่าเป็นจริงตามที่เขาคุยไว้หรือไม่ และที่สำคัญอายุมากแล้ว อายุห้าสิบปีแล้วพอจะขึ้นไหวได้อีกไม่กี่ปีแน่ แต่ก็ต้องเสียความรู้สึกที่ภรรยาไม่ยอมขึ้นจะมาขึ้นวันหลังเพราะจะรีบกลับไปทำงาน บุญมีแต่ไร้ซึ่งวาสนา ขับรถไปตั้งหลายร้อยกิโลเมตร ได้เห็นเพียงตีนภูเท่านั้นเอง

    โดยคุณ : นายก - วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2546 เวลา 14:32:57 นาฬิกา


    จากภูเรือไปภูสอยดาวเกิดขับรถไปทางด่านซ้ายชาติตระการและก็ภูสอยดาว ช่วงระหว่างภูสอยดาวชาติตระการค่อนข้างเปลี่ยว แต่พอไปเจอทางสายภูสอยดาวเมืองเลย ทำให้น่าโมโหเพราะไม่เช่นนั้นมาทางด่านซ้ายนาแห้วภูสอยดาวได้สบาย มาถึงก็ยังแปลกใจเพราะที่อุทยานแห่งชาติที่อื่นเก็บค่ารถค่าเข้าชมและค่ากางเต๊นท์ แต่ที่ภูสอยดาวไม่เก็บเพราะเห็นว่ายังไม่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ และที่สำคัญบริเวณที่พักอยู่ในเขตจังหวัดพิษณุโลก แต่พอไปน้ำตกภูสอยดาวเกิดเป็นเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ที่สวยก็ตรงที่ทางขึ้นมีน้ำตกไหลผ่านสวยไปอีแบบหนึ่ง คิดว่าจะขึ้นไปเที่ยวบนยอดภู เพราะเคยขึ้นภูกระดึงหลายสิบครั้งและคนบางคนบอกว่าขึ้นยากกว่าภูกระดึงเลยอยากทราบว่าเป็นจริงตามที่เขาคุยไว้หรือไม่ และที่สำคัญอายุมากแล้ว อายุห้าสิบปีแล้วพอจะขึ้นไหวได้อีกไม่กี่ปีแน่ แต่ก็ต้องเสียความรู้สึกที่ภรรยาไม่ยอมขึ้นจะมาขึ้นวันหลังเพราะจะรีบกลับไปทำงาน บุญมีแต่ไร้ซึ่งวาสนา ขับรถไปตั้งหลายร้อยกิโลเมตร ได้เห็นเพียงตีนภูเท่านั้นเอง

    โดยคุณ : นายก - วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2546 เวลา 14:31:52 นาฬิกา


    อยากทราบว่าไปภูสอยดาวควรใช้เวลาอยู่บนภูสักกี่วันถึงจะเที่ยวครบ คุ้มค่าที่มาครับ

    โดยคุณ : chirat_chai@yahoo.com - วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2545 เวลา 00:36:07 นาฬิกา


    ดีใจมากที่มีโอกาศเข้ามาดู

    โดยคุณ : chaiya chai@chaiyo.com - วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2545 เวลา 13:22:10 นาฬิกา


    ไปมาแล้วเมื่อ2ปีที่แล้วอากาศหนาวขนาดอาบน้ำไม่ได้เลยค่ะ ทางสุดหินเลยเกือบตกเขาตายเพราะมันชันมากยังดีที่มีนักท่องเที่ยวใจดีคอยให้การช่วยเหลือไม่งั้นคงไม่รอดเพราะร่างกายเราไม่ค่อยพร้อมที่จะลุยสักเท่าไร แต่ได้ไปถุงจุดหมายต้องบอกว่าคุ้มจริงๆ ห้องน้ำจะไม่ค่อยworkสักเท่าไรสกปรกมากอาจเป็นเพราะคนท่องเที่ยวเยอะมั้งแล้วเห็นแก่ตัวหมักหมมไว้นานๆเลยเหม็นจนท.ที่ดูแลก็น้อย...ลองไปนะค่ะที่นั่นมีอะไรน่าดูชมเยอะค่ะ

    โดยคุณ : mims@chaiyo.com - วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2545 เวลา 20:22:35 นาฬิกา


    เพิ่งไปมาเมื่อวันที่ 5-8 ธค. นี้เองค่ะ โหดมากๆๆค่ะ ตอนแรกมีคนบอกว่าโหดกว่าภูกระดึงแล้ว ก็ยังไม่ค่อยเชื่อ พอไปสัมผัสมาโหดมากๆๆๆ แต่พอขึ้นไปแล้วก็ภูมิใจในตัวเองที่ขึ้นไปถึง และวิวกับธรรมชาติสวยอย่างที่คิด แต่พี่ที่ไปบอกว่า สภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปมาก...กว่าเมื่อก่อนเย๊อะ....อยากจะบอกเตือนสำหรับผู้ที่ขึ้นไปบนภูสอยดาวว่า ไปเที่ยวอย่าง...อนุรักษ์ ดูธรรมชาติสวยงาม ดีกว่า ที่จะขึ้นไปเผื่อร้องรำทำเพลง..ส่งเสียงรบกวนผู้ที่ไปเที่ยวด้วยกันนะค่ะ.......เพราะป่าก็คือป่า สัตว์ป่าทั้งหลายคนตกใจนะคะ ว่าดึกๆๆอื่นๆๆมีเสียงอะไรมารบกวน.....ทำให้ความเป็นธรรมชาติ เสียงธรรมชาติยามค่ำคืนหายไปหมด.....ค่ะ ขอฝากไว้ด้วยค่ะ

    โดยคุณ : aor100@yahoo.com - วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2545 เวลา 21:08:28 นาฬิกา


    เพิ่งไปเที่ยวมาเมื่อวันที่ 23-25 พ.ย.นี้เอง
    ยอมรับว่าโหดจริงๆ เหนื่อยกว่าภูกระดึงมาก แต่พอไปถึงลานสนแล้ว หายเหนื่อยเลย สภาพยังเป็นธรมมชาติจริงๆ หวังว่าคงได้กลับไปเยี่ยมอีก

    โดยคุณ : ทราย ธรรมศาสตร์ - วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2545 เวลา 14:48:37 นาฬิกา


    เพิ่งไปมาเมื่อ 2-4 พย.นี้เอง เดินขึ้นภูลำบากมากกว่าที่คิดไว้ ที่เขาบอกว่าโหด กว่าภูกระดึง สามารถยืนยันได้จริงๆเลย แต่เชื่อไหม ถ้ามีโอกาสก็ยังอยากขึ้นไปอีกนะ คนที่ชอบเที่ยวประเภทนี้ ต้องซักครั้งในชีวิต

    โดยคุณ : ตนเองๆ - วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2545 เวลา 21:46:33 นาฬิกา


    คิดถึงภูสอยดาวจังเลย คราวที่แล้วอยู่เป็นเพื่อนได้แป๊บเดียวเอง เพราะต้องไปน้ำตกชาติตระการก่อน เอาไว้เร็วๆนี้จะไปเยี่ยมอีกนะจ๊ะ ภูสอยดาว

    โดยคุณ : แอน - วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2545 เวลา 10:27:58 นาฬิกา


    เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยไปมาแล้วสุดยอดของชีวิติทางเดินขึ้นยิ่งกว่าภูกระดึงอีกขอบอกพอขึ้นไปถึงสาบานเลยว่าจะไม่มาอีกแล้ว แต่ตอนนี้คิดว่าถ้ามีโอกาสในหน้าหนาวนี้ที่แรกที่อยากไปก็คือภูสอยดาวนี้แหละค่ะ

    โดยคุณ : roongtip@sunfar.co.th - วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2545 เวลา 10:32:01 นาฬิกา


    ไปมาเมื่อตอนปีที่แล้ว ว่าจะไปอีกเพราะว่าไปครั้งที่แล้วไม่ได้เดินเที่ยวตามที่ต่างๆเลยเพราะฝนตกแต่ก็ประทับใจไปอีกแบบ

    โดยคุณ : prae.ph@chaiyo.com - วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2545 เวลา 17:39:55 นาฬิกา


    เคยไปมาแล้ว บ้านเราอยู่พิดโลกเอง สวยมาก

    โดยคุณ : mju45104013@it.mju.ac.th - วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2545 เวลา 10:03:50 นาฬิกา


    แค่ชื่อก็น่าไปแล้วนะสำหรับที่นี่
    ยังไม่เคยไปหรอก
    แต่จะหาโอกาสไปให้ได้

    โดยคุณ : kook.titi@chaiyo.com - วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2545 เวลา 21:53:31 นาฬิกา


    ยังไม่เคยไป คงน่าเที่ยวน่าดูชมถ้ามี
    ไกด์น่ารักนำเที่ยวคงดีมากเพื่อนๆยากไป
    คงจะภายในงบประมาณนี้หล่ะ่่

    โดยคุณ : pichet.jank@chaiyo.com - วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2545 เวลา 16:04:49 นาฬิกา


    ภูสอยดาวสวยมากและโหดสำหรับคนที่ร่างกายไม่พร้อม เคยไปมาแล้วเมื่อประมาณ 7-8ปีมาแล้วตั่งแต่ยังไม่มีห้องน้ำทราบว่าปัจจุบันมีห้องน้ำอยู่ข้างบนแล้วอยากให้เผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวให้รู้กันเยอะ ๆ

    โดยคุณ : aucha.nok@thaimail.com - วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2545 เวลา 17:05:28 นาฬิกา


    ภูสอยดาวสวยงามมาก อยากให้ทุกคนไปเที่ยวจังเลย แต่เจ้าหน้าที่ทำไมชอบตะคอกนักท่องเที่ยวเวลาที่ไปถามข้อมูลนะ

    โดยคุณ : cwiraboot@yahoo.com - วันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2545 เวลา 11:00:23 นาฬิกา


    อยากไปบ้างจังเลย ถ้ามีโอกาสจะไปให้ได้ พี่ชายเล่าให้ฟังว่าสวยมาก การเดินทางสุดโหด ยิ่งชอบมาก จะไปนะจะไปให้ได้

    โดยคุณ : โน้ต/ลำปาง/bws - วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2545 เวลา 01:34:04 นาฬิกา


    อยากจะหไปเที่ยวเชียงใหม่

    โดยคุณ : ค่ายทหารนเรศวร - วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2545 เวลา 11:21:25 นาฬิกา


    สวย เพอร์เฟค...สุดยอด อยากให้เพื่อนๆ ได้สัมผัส... แล้วจะไม่ผิดหวัง ช่วงท่องเที่ยว ต้องปลายฝนต้นหนาว

    โดยคุณ : Zealot9 - วันอังคารที่ 29 มกราคม 2545 เวลา 13:26:01 นาฬิกา


    เคยมีโอกาสไปเที่ยวภูสอยดาว 1 ครั้งสวยมาก

    โดยคุณ : kksiripo@kmitl.ac.th - วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2545 เวลา 12:37:51 นาฬิกา


    ภูสอยดาวเป็นสถานที่เที่ยวที่ประทับใจมากทั้งการเดินทางและการปีันเขารวมถึงบรรยากาศบนยอดดอยที่สวยและอากาศที่หนาวเย็นไปมา 2 ครั้งแล้วประทับใจมากคุ่ะ..เพื่อนๆ ลองไปดูนะค่ะแล้วจะรู้ว่าประทับใจตรงไหน..อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ

    โดยคุณ : salad_big@yahoo.com - วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2545 เวลา 20:46:03 นาฬิกา


    3 ปี ที่แล้ว ฉันไปปีนป่าย อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ได้ความทรงจำที่ดี และได้คนรักมา 1 คน แล้วฉันจะลืมที่แห่งนี้ได้อย่างไร

    โดยคุณ : kemai@i-kool.com - วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เวลา 17:26:35 นาฬิกา


    ที่แห่งนี้..เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แรกที่โบกรถไปกับเพื่อน ๆ และด้วยหนทางเดินขึ้นที่ทรหดนี่เอง..ที่ทำให้ฉันไปพบรักที่นั่น..ท่ามกลางป่าสน..และอากาศที่อบอุ่น..กับอาหารเพียงแค่มาม่า คนละซอง แต่เสียดายที่ดอกไม้โรยหมดแล้ว

    โดยคุณ : _kemai@i-kool.com - วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เวลา 17:24:16 นาฬิกา


ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดพิษณุโลก :: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว :: สมุดลงนาม Thai Version