| ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดปราจีนบุรี :: อุทยานแห่งชาติตาพระยา :: สมุดลงนาม | Thai Version |
|
ข้อมูลทั่วไป :
พื้นที่ที่สำรวจเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาตินี้ เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาพนมดงรัก ตั้งอยู่ในแนวทิศตะวันออกยาวไปทางทิศตะวันตก ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 5 ลิบดาเหนือถึง 14 องศา 22 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 102 องศา 30 ลิบดาตะวันออก ถึง 103 องศา 14 ลิบดาตะวันออก หรือบริเวณของด้านทิศใต้ของที่ราบสูงโคราช มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 300,000 ไร่ โดยครอบคลุมเนื้อที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี และบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 380 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย การเดินทาง :
อยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 250 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 140 กิโลเมตร มีเส้นทางสำคัญที่ล้อมรอบ ดังนี้
1. ทางหลวงแผ่นดินสาย 3068 (อำเภออรัญประเทศ - อำเภอตาพระยา - อำเภอ ละหานทราย) สิ่งอำนวยความสะดวก : อุทยานแห่งชาติตาพระยา ยังไม่มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว อุทยานฯได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปกางเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานบริการบ้านพัก ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 5797223 , 5795734 หรือ โทร. 5614292-4 ต่อ 724,725 ลักษณะภูมิประเทศ : เป็นเทือกเขาสูง เทือกเขาบรรทัดตลอดแนวจนไปถึงเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวเขตติดต่อระหว่างไทยกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย ตั้งแต่หลักเขตประเทศที่ 24 ถึง หลักเขตที่ 28 วางตั้งในแนวทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 206 เมตร ถึง 579 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาพรานนุช ความสูง 579 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีความลาดชันเฉลี่ยทั้งพื้นที่ ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ บริเวณที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงโคราช ซึ่งมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 100-200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะภูมิอากาศ : สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของภูมิภาคนี้มักอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลักษณะที่ตั้งของเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ความชุ่มชื้นจะถูกพัดพามาจากทะเลอันดามันและอ่าวไทย จนทำให้พื้นที่บริเวณนี้ได้รับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อเดือนวัดได้ระหว่าง 100 มิลลิเมตร ถึง 140 มิลิเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ทางทิศไหนของเทือกเขาพนมดงรัก ในฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เทือกเขาพนมดงรักจะปะทะลม และทำให้ฝนตกในบริเวณด้านที่รับลมมากกว่าด้านไม่รับลม ฤดูกาลมี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนเมษายน ฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สำหรับอุณหภูมิพบว่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีสูงสุดประมาณ 39.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 14.3 องซาเซลเซียส (ข้อมูลจากสถานีตรวจอากาศอำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุ รี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึงปี พ.ศ. 2534) พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
ในภูมิภาคแถบนี้ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์กระจายอยู่ในพื้นที่ โดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง
ป่าเบญจพรรณ ป่าชนิดนี้ขึ้นอยู่ระดับความสูง 400- เมตรจากระดับน้ำทะเล ปรากฏอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ คือ ในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม้ที่สำคัญ คือ มะค่าโมง แดง ตะแบกใหญ่
ป่าดิบแล้ง ป่าชนิดนี้อยู่พื้นที่ค่อนข้างราบ ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และบางส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี มักจะอยู่ในระดับความสูงประมาณ 100-400 เมตร จากระดับน้ำทะเลไม้ที่สำคัญ ได้แก่ มะค่าโมง ยางนา พยอม ตะเคียนทอง
ป่าเต็งรัง ป่าชนิดนี้อยู่ในพื้นดินทิศใต้และดินทิศเหนือบางส่วน อยู่กระจายกันในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ เต็ง รัง และเหี่ยง
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เลียงผา กวาง เก้ง กระจง หมี หมูป่า ลิง ค่าง ชะนี อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือปลา วัวแดง กระทิง หมาไน แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า กระรอก กระรอกบิน กระแต เป็นต้น
นกที่พบเห็นได้แก่ นกพญาไท นกขุนแผน นกแก้ว นกเขาเขียว นกกางเขนดง นกหัวขวาน นกเหยี่ยว นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกขุนทอง เป็นต้น
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแก กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ ตะขาบ แมลงป่อง กิ้งกือ
ปลาที่พบเห็นได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลากระทิง ปลาหมอ ปลาบู่ ปลาตะเพียน ปลาสลิด ปลาซิว
|
จุดเด่นที่น่าสนใจ :
อ่างเก็บน้ำห้วยยาง
อ่างเก็บน้ำลำนางรอง
อนุสาวรีย์เราสู้
อ่างเก็บน้ำลำจังหัน
ศาลมีอักษร
ศูนย์เขมรอพยพไซท์ทู
อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย
ปราสาทเขาโล้น
อ่างเก็บน้ำเมฆา
ลานหินตัด
ลานกระเจียว
ช่องโอบก ช่องโอบก เป็นเส้นทางติดต่อระหว่างคนไทยและคนกัมพูชา ในอดีตเป็นเวลาช้านาน โอบกเป็นภาษาเขมร โอ แปลว่า ห้วย บก เป็นคำกริยา แปลว่า น้ำไหลอย่างแรง หมายถึงน้ำไหลลงจากภูเขาสู่ที่ต่ำอย่างแรงเป็นแห่ง ๆ คนทั่วไปจึงนิยมเรียกว่าช่องโอบก หมายถึงเส้นทางที่มีลำห้วยน้ำไหลลงอย่างแรง เมื่อ พ.ศ. 2518 เป็นต้นมากัมพูชาได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสังคมนิยมและได้ใช้ช่องโอบกเป็นช่องทางลำเลียงกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ข้ามมาก่อการร้ายในประเทศได้มีการสู้รบอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยยึดเอาช่องโอบกเป็นเนิน 472 และเนิน 538 เป็นฐานที่มั่นในการสู้รบ เมื่อ พ.ศ. 2528 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดย ฉก.ร. 23 ได้เข้าผลักดันและยึดเนิน 472 ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2530 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดย ฉก.ร.8 ได้เข้าผลักดันและยึดเนิน 538 ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2531 กองกำลังสุรนารี โดย ฉก.ร.3 ได้เข้าผลักดันและยึดฐานปฏิบัติการปากช่องโอบกแห่งนี้ไว้ได้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2531
ปราสาทบายแบก
แหล่งโลหะกรรม
ปราสาททอง |
| ร่วมโหวดให้คะแนนความประทับใจ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ที่นี่ครับ : |
| ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดปราจีนบุรี :: อุทยานแห่งชาติตาพระยา :: สมุดลงนาม | Thai Version |