|
ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป็นหลักเมืองชัยคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นมาในสมัย ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดศาลหลักเมืองนี้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2537 เพื่อให้เป็นสิริมงคลและหลักชัยคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชาต่อไป
วัดเขาถ้ำคั่นกระได
ตั้งอยู่เชิงเขาบริเวณอ่าวน้อย ก่อนถึงตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีทางเข้าแยกจากถนนเพชรเกษม ที่กิโลเมตร 314 ไปเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ในบริเวณมีถ้ำขนาดเล็กประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ในอดีตถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งชาวเรือมักเข้ามาอาศัยหลบพายุ
อ่าวประจวบคีรีขันธ์
เป็นที่ตั้งของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร โดยเริ่มจากเขาตาม่องล่ายทางด้านทิศเหนือเป็นวงโค้งไปจดเขาล้อมหมวกทางด้านทิศใต้ หน้าอ่าวมีเกาะรูปร่างแปลกตาอยู่หลายเกาะ ทำให้ทิวทัศน์ของอ่าวดูสวยงาม
เขาช่องกระจก
เป็นภูเขาขนาดเล็กอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีบันไดขึ้นไปจนถึงยอดเขา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธบาทจำลอง ด้านทิศเหนือของภูเขามีช่องโปร่งดูคล้ายกับกรอบของกระจก จากยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมือง และอ่าวประจวบได้อย่างสวยงาม
อ่าวมะนาว
อยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของกองบิน 53 และเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพ ญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาวมีทิวทัศน์สวยงาม ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจได้ มีร้านอาหาร และมีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว จำนวน 60 ห้อง เป็นห้องพัดลม ราคา 240-400 บาท ห้องปรับอากาศ 500 บาท ติดต่อจองที่พักได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองบิน 53 โทร. (032)611017 611031 ต่อ 2146
อุทยานเขาหินเหิน
เดินทางจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ตามถนนเพชรเกษม ถึงกิโลเมตรที่ 331-332 แยกขวาไปอีก 8 กิโลเมตร ในบริเวณมีก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อนวางซ้อนและเกยกันอยู่ตามธรรมชาติ นับเป็นสิ่งอัศจรรย์และแปลกตาแก่ผู้มาเที่ยวชมอุทยานแห่งนี้ หากเดินทางเลยไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงด่านสิงขรตรงชายแดนไทย-พม่า เส้นทางนี้เคยเป็นเส้นทางเดินทัพ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย
หว้ากอ
เดินทางจากตัวเมืองมาทางทิศใต้ 12 กิโลเมตร ตามถนนเพชรเกษมถึงกิโลเมตรที่ 335-336 จะมีทางแยกเข้าหว้ากอด้านซ้ายมือ หว้ากอเป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์ของไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าว่าจะมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอแห่งนี้และได้เสด็จมาทอดพระเนตรพร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์และทูตานุฑูตชาวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2411
|