ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดสตูล :: อุทยานแห่งชาติตะรุเตา :: สมุดลงนาม Thai Version
ข้อมูลทั่วไป :

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และความสวยงาม ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันบริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ในท้องที่ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล อุทยานแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูลไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบาราประมาณ 22 กิโลเมตร แนวเขตด้านใต้ของอุทยานฯ ติดกับเส้นเขตแดนในทะเล ระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย ประกอบไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อย จำนวนถึง 51 เกาะ มีเนื้อที่ทั้งเกาะและทะเลรวมกันประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ทางทะเล 1,260 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เกาะ 230 ตารางกิโลเมตร จัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ 2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี เกาะสำคัญขนาดใหญ่มี 7 เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะดง เกาะหลีเป๊ะ เกาะเหล็ก เกาะกลาง เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ เกาะตะรุเตา ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2517


การเดินทาง :

สตูล-ท่าเรือปากบารา จาก จ.สตูล
สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ดังนี้

ทางรถยนต์
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 416 (สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อ.ละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา

รถโดยสาร
มีรถแท็กซี่โดยสารสายสตูล-ปากบารา ออกจากตัวเมืองสตูล บริเวณข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาสตูล วิ่งบริการวันละหลายเที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวและรถตู้ วิ่งบริการจากบริเวณตัวเมืองด้วย

อ.หาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา จากอ.หาดใหญ่
สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ดังนี้

ทางรถยนต์
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง จ.สตูล แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 416 (สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อ.ละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา

รถแท็กซี่โดยสาร
สายหาดใหญ่-ละงู รถจอดหน้าที่ทำการไปรษณีย์ ถนนรักการ และบริเวณหน้าโรงแรมเพรสซิเดนท์ จากนั้นต่อรถสองแถวสายละงู-ปากบารา อัตราค่าโดยสาร 50 บาท

รถตู้
สายหาดใหญ่-ปากบารา รถจอดข้างธนาคารกรุงไทย ถนนนิพัทธ์อุทิศ อัตราค่าโดยสาร 50 บาท

รถโดยสารประจำทาง
รถออกจากบริษัทขนส่ง ถนนกาญจนวาณิชย์ ไปยังท่าเรือปากบาราทุกวัน อัตราค่าโดยสาร 34 บาท

ท่าเรือปากบารา-อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ท่าเรือปากบารา เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สาขาปากบารา ตั้งอยู่ที่ปากคลองละงู ต.ปากน้ำ อ.ละงู เป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯ มากที่สุด (ประมาณ 22 กิโลเมตร) บริการเรือโดยสารสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาทุกวัน มีกำหนดเวลาดังนี้

ท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา
เที่ยวไป 07.30 และ 12.00 น.
เที่ยวกลับ 09.00 และ 12.00 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
ค่าโดยสารคนละ 200 บาท

ท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา-อาดัง
เที่ยวไป ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 10.00 น.
เที่ยวกลับ ทุกวันพุธ และวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร 360 บาท (เรือโดยสารจะแวะให้นักท่องเที่ยวชมเกาะไข่และเกาะหินงามด้วย)

ระยะทางจากท่าเรือ-เกาะต่างๆ
ท่าเรือปากบารา
- อ่าวพันเตมะละกา 22 กิโลเมตร
- เกาะอาดัง 80 กิโลเมตร
- เกาะหลีเป๊ะ 82 กิโลเมตร
เกาะตะรุเตา
- หมู่เกาะอาดัง-ราวี 40 กิโลเมตร
- เกาะหลีเป๊ะ 40 กิโลเมตร
- เกาะไข่ 14.5 กิโลเมตร
เกาะอาดัง
- เกาะหลีเป๊ะ 1.5 กิโลเมตร
- เกาะหินงาม 2.5 กิโลเมตร
- หมู่เกาะอาดัง 11.2 กิโลเมตร
- เกาะไข่ 17 กิโลเมตร


สิ่งอำนวยความสะดวก :

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เดิมเคยรับนักท่องเที่ยวได้เพียงปีละ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน อีก 6 เดือนที่เหลือเป็นช่วงที่มีมรสุมรุนแรง แต่สำหรับปัจจุบัน อุทยานฯได้จัดสร้างท่าเทียบเรือในบริเวณอ่าวตะโละวาว ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะตะรุเตา ซึ่งเป็นด้านอับลมในช่วงมรสุม ทำให้อุทยานฯสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

อุทยานฯ ได้จัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ้านพัก เรือนแถว ค่ายพัก ที่กางเต้นท์ ศูนย์บริการท่องเที่ยว ร้านสวัสดิการ อยู่ตามส่วนต่างๆที่เป็นจุดเด่น ทั้งที่อ่าวพันเตและเกาะอาดัง

ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักได้ที่ ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 5797223, 579-5734 หรือที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. (074) 781285 นอกจากนี้ บนเกาะหลีเป๊ะ ยังมีที่พักของเอกชนไว้บริการด้วย


ลักษณะภูมิประเทศ :

เกาะใหญ่ที่สำคัญของหมู่เกาะตะรุเตามี 7 เกาะด้วยกัน คือ ตะรุเตา อาดัง ราวี หลีเป๊ะ กลาง บาดวง และปัสสี ซึ่งจัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่ๆได้เป็น 2 หมู่เกาะ คือหมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี

เกาะตะรุเตา เป็นเกาะที่มีรูปลักษณะเรียวยาว เป็นภูเขาสูงๆต่ำๆจุดสูงสุดจากระดับน้ำทะเล 725 เมตร ชายฝั่งทางด้านทิศตะวันออกส่วนมากจะเป็นหน้าผาหินสูงชันหลากสีสลับไปกับหาดทรายโคลน และมีอ่าวพันเตมะละกาซึ่งมีหาดทรายสวยงาม เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ รอบๆเกาะมีเกาะเล็กๆอยู่มากมาย

เกาะอาดัง-ราวี เป็นภูเขาสูงๆต่ำๆมีหาดทรายขาวสะอาดยาวสวยงาม บางแห่งมีหินชนิด Obsidian สีดำ จำนวนมากอยู่ตามชายหาดและใต้น้ำมีปะการัง พืชพันธุ์ไม้น้ำนานาชนิด ชายฝั่งมีโขดหินและหน้าผาสลับซับซ้อน บริเวณรอบๆมีเกาะอื่นที่สวยงามเช่นกัน


ลักษณะภูมิอากาศ :

ตะรุเตา จะมีช่วงที่มีมรสุมรุนแรงเป็นเวลาถึง 6 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน อากาศจะสบายไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป และเป็นช่วงที่ไม่มีพายุฝน


พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :

สภาพป่า ประกอบไปด้วย ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าชายเลน ป่าพรุ และป่าละเมาะ พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ไม้ยูง ตะเคียน สยา หลุมพอ ไม้หลุมชนิดต่างๆ ยางขาว ยางแดง และไม้โกงกาง เป็นต้น

จากลักษณะป่าหลายชนิดของตะรุเตา จึงทำให้สัตว์ป่าชุกชุม ประเภทที่สามารถพบเห็นได้บ่อยได้แก่ หมูป่า กระจง ลิง ค่าง ควายป่า เต่า ตะกวด นกขมิ้น นกเงือก เหยี่ยว นกเขา นกกินเบี้ยว และนกยาง เป็นต้น

หอย เนื่องจากตะรุเตาเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร จึงสามารถอนุรักษ์หอยที่สวยงามและมีคุณค่าไว้ได้เป็นจำนวนมากกว่า 200 ชนิด หอยที่พบเห็นอยู่เสมอได้แก่ หอยหมวก หอยพราน หอยกระต่าย หอยเบี้ย หอยปีกนางฟ้า หอยมือเสือ หอยสังข์ หอยถัง หอยรังนก หอยมุข

ปะการัง ภายในอุทยานฯ มีปะการังใต้สมุทรอยู่ด้วยกัน 5 ชนิด คือ

ปะการังมันสมอง(Brain Corals)

ปะการังเขากวาง(Staho's Horn Corals)

ปะการังแผ่น(Leaf Corals)

ปะการังเห็ด(Mushroom Corals)

ปะการังอ่อน(Soft Corals)

เนื่องจากพื้นที่รวมของอุทยานฯ ทั้งตัวหมู่เกาะและพื้นน้ำเป็นเนื้อที่ถึง 1,490 ตารางกิโลเมตร และยังมีเรื่องของอดีตที่น่าสนใจอีกด้วย จึงทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน โดยแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ด้านประวัติศาสตร์ และด้านธรรมชาติ

ด้านประวัติศาสตร์

อ่าวตะโลอุดัง เป็นบริเวณเขตกักกันนักโทษการเมืองในอดีต

อ่าวตะโละวาว เป็นบริเวณหน่วยประมงในอดีต ซึ่งในปัจจุบันยังมีร่องรอยเหลืออยู่

ด้านธรรมชาติ

อ่าวพันเตมะละกา เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีชายหาดที่ขาวสะอาด

ผาโต๊ะนู อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ เป็นจุดที่ชมความงามของอ่าวพันเตมะละกาได้ทั่วบริเวณ

ถ้ำจระเข้ อยู่สุดคลองพันเตมะละกา เป็นที่ที่มีความงามลึกลับพิศดารซ่อนเร้น อยู่กลางเกาะตะรุเตา

ประตูหินหรือ เรียกกันทั่วไปว่าซุ้มประตูหิน ตั้งอยู่ที่เกาะไข่ซึ่งอยู่คู่กับเกาะกลาง ในเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เต่าทะเลขนาดใหญ่จะขึ้นมาวางไข่นับหมื่นๆฟองเป็นสัญญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

เกาะอาดัง สวนปะการังใต้สมุทรซึ่งเลื่องลือไปทั่วโลก มีจำนวนมากและบางบริเวณอยู่ตื้นจนสามารถมองเห็นได้จากผิวน้ำ

เกาะหินงาม อยู่ใกล้กับเกาะอาดัง มีชายหาดหินกลมเกลี้ยงลวดลายสวยงามและยังมีปะการังใต้น้ำให้ชมพอสมควร

เกาะหลีเป๊ะ เป็นชุมชนชาวเลที่มีลักษณะหมู่บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม และมีการละเล่นเพลงพื้นเมือง "รองเง็ง" ที่น่าชม

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นอาคารจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

จุดเด่นที่น่าสนใจ :

เกาะตะรุเตา
นับเป็นเกาะใหญ่ที่สุด คำว่า "ตะรุเตา" นี้ เพี้ยนมาจากคำว่า "ตะโละเตรา" ในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก เช่น อ่าวตะโละดาบ อ่าวตะโละอุดัง อ่าวหินงาม ฯลฯ ชื่อเหล่านี้มักจะตั้งตามสภาพที่พบเห็นเป็นส่วนใหญ่ เช่น อ่าวหินงาม มีชายหินที่มีความสวยงามตลอดแนว อ่าวตะโละอุดังมีกุ้งทะเลมาก เป็นต้น

บริเวณเกาะตะรุเตามีสถานที่น่าสนใจ ดังนี้

หาดทราย
เกาะตะรุเตามีชายหาดที่สวยงาม เล่นน้ำได้หลายหาด เช่น หาดทราย อ่าวพันเตมะละกา หน้าที่ทำการอุทยานฯ หาดทรายอ่าวเมาะและหาดทรายอ่าวสน ที่เป็นบริเวณให้นักท่องเที่ยวไปตั้งเต็นท์พักแรม และดำน้ำดูปะการังได้

น้ำตก
น้ำตกที่ค้นพบแล้วมีอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกที่เกิดจากลำคลองลูลู มี 2 แห่ง น้ำตกที่เกิดจากคลองตะโละโป๊ะ มี 1 แห่ง ทั้ง 3 แห่งนี้อยู่ในบริเวณอ่าวสน นอกจากนี้ก็มีน้ำตกธารนักโทษที่อ่าวตะโละวาว

ถ้ำ
ถ้ำที่น่าสนใจมีอยู่หลายแห่ง เช่น ถ้ำดงอยู่ที่อ่าวฤาษี ถ้ำจระเข้ซึ่งเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงมาก ต้องนั่งเรือไปตามลำคลองมะละกาที่อ่าวพันเต ทางอุทยานฯ จัดเรือไว้บริการพาชมถ้ำต่างๆ

จุดชมวิว
ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทางเดินป่าขึ้นหน้าผาโต๊ะบูที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 370 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์ของเกาะบริเวณชายหาดและท้องทะเลอ่าวพันเตมะละกา ใช้เวลาเดินทางขึ้นหน้าผาประมาณ 20 นาที จุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการไปตามทางลูกรังเลียบชายฝั่งประมาณ 1.5 กิโลเมตร จุดชมวิวจุดนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอ่าวพันเตมะละกากับอ่าวจาก มีหน้าผายื่นออกไปในทะเล หินบริเวณนี้เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม

คลองมะละกา
อยู่ที่อ่าวพันเตมะละกา เป็นคลองที่มีขนาดใหญ่และมีความยาวมากที่สุด สามารถแล่นเรือเข้าไปเที่ยวชมได้เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร สภาพสองข้างทางเป็นป่าโกงกางสลับกับโขดหินผา น้ำในลำคลองเป็นน้ำกร่อย ในอดีตคลองมะละกาได้ชื่อว่ามีจระเข้ที่ดุร้ายอาศัยอยู่ชุกชุมมาก สิ่งที่น่าสนใจบริเวณคลองมะละกา นอกจากสภาพภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว บริเวณต้นน้ำมีถ้ำน้ำดั้นถึง 3 แห่ง เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลลอดออกมาจากภายในถ้ำลงสู่ลำคลอง ถ้ำที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ ถ้ำจระเข้ ซึ่งเป็นถ้ำที่ลึกลับวิจิตรสวยงามของหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา อันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินภายในถ้ำและยังมีผู้นำทางทำให้เกิดความสะดวกสบาย การเดินทางสามารถเดินทางไปโดยติดต่อเรือหางยาวบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานฯ หรือนั่งเรือไปตามลำคลองมะละกาที่อ่าวพันเต ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดเรือไว้บริการพาชมถ้ำต่างๆ

สถานที่ดำน้ำดูปะการัง
สถานที่ดำน้ำในบริเวณเกาะตะรุเตามีหลายแห่ง เช่นที่บริเวณผาปาปิญอง (อุทยานแห่งชาติตั้งชื่อให้ตามชื่อภาพยนตร์เรื่องปาปิญอง ที่มาใช้สถานที่บริเวณนี้ถ่ายทำ) เป็นแหล่งดำน้ำระดับ 15 ฟุต นอกจากนี้ก็มีที่อ่าวสนและเกาะตะเกียง

เกาะตะรุเตายังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีก เช่น "ศูนย์นิทรรศการ" ซึ่งจัดแสดงรายละเอียดของสิ่งต่างๆ เช่น ซากสัตว์โบราณที่กลายเป็นหิน มีอายุอยู่ในสมัย 400-500 ล้านปีมาแล้ว รวมทั้งปะการังและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ

บ่ออนุบาลเต่าทะเล
เป็นบ่อที่เพาะเลี้ยงลูกเต่าทะเลที่เจ้าหน้าที่อุทยานเก็บรวบรวมมาจากชายหาดของเกาะต่างๆ เต่าที่พบในบริเวณอุทยานมี 3 ชนิดคือ เต่าตะนุ เต่ากระ และเต่าหญ้าตาแดง

สถานที่ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการราชทัณฑ์บนเกาะตะรุเตา
มี 3 แห่ง คือ บริเวณเรือนจำอ่าวตะโละอุดัง ซึ่งเป็นอ่าวใต้สุดของเกาะตะรุเตา และที่เรือนจำอ่าวตะโละวาว ซึ่งเป็นค่ายกักกันนักโทษการเมืองและนักโทษสามัญ ตั้งอยู่ทางทิศใต้และทางฝั่งตะวันออกของเกาะ นอกจากนี้ยังมีทางรถยนต์ประวัติศาสตร์ ขนาด 6 เมตร ที่นักโทษถางไว้เพื่อเชื่อมต่อระหว่างอ่าวตะโละวาวและอ่าวตะโละอุดัง ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร


หมู่เกาะอาดัง-ราวี
อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กม. ห่างจากตัวเมืองประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เป็นสวนแห่งปะการังใต้ท้องทะเล บางบริเวณอยู่ในน้ำตื้นสามารถมองเห็นได้จากผิวน้ำ หมู่เกาะอาดัง-ราวีแห่งนี้ มีเนื้อที่เกาะประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูง มีป่าปกคลุมแลดูเขียวครึ้ม ทางด้านหลังมีน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี คำว่า "อาดัง" มาจากคำเดิมในภาษามลายูว่า "อุดัง" มีความหมายว่า "กุ้ง" เพราะบริเวณนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งทะเล

นอกจากนี้ก็มีเกาะเล็ก เกาะน้อยอื่นๆ อีก เช่น เกาะดง มีเนื้อที่ 8 ตารางกิโลเมตร เกาะหลีเป๊ะมีเนื้อที่ 4 ตารางกิโลเมตร มักเรียกชื่อรวมของเกาะอาดัง เกาะราวี เกาะดง เกาะหลีเป๊ะ ว่า "หมู่เกาะอาดัง-ราวี"

สถานที่น่าสนใจ ดังนี้

หาดทราย
ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี มีหาดทรายที่สวยงามเล่นน้ำได้หลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาดทรายบนเกาะไข่ เกาะไข่อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ 40 นาที สิ่งที่สำคัญบนเกาะไข่ ได้แก่ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทะเลรอบๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไป ที่เกาะไข่นี้เป็นเกาะที่เต่าทะเลชอบมาวางไข่ไว้เสมอ และนอกจากนี้ยังเป็นจุดที่มีปลาชุกมากแห่งหนึ่งด้วย ทางอุทยานไม่อนุญาตให้เข้าพัก

หาดทรายแหลมสน หาดทรายอ่าวโละ หาดทรายอ่าวตะโละรีปา บนเกาะอาดัง หาดทรายขาวบนเกาะราวี ก็สามารถเล่นน้ำได้

น้ำตก
ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่สำคัญมีดังนี้คือ น้ำตกรัตนา ท่าอ่าวตะโละอาเอียง น้ำตกดาเระ และน้ำตกทะเลมอญ บนเกาะอาดัง น้ำตกโจนลงเลที่เกาะราวี

เกาะหินงาม
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง เกาะนี้เป็นเกาะขนาดเล็ก หินที่พบบนชายหาดมีความกลมเกลี้ยงเป็นมัน มีลวดลายสวยงามมาก

เกาะสิเป๊ะหรือเกาะหลีเป๊ะ
เกาะนี้อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครอบครัว ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในเดือน 6 และเดือน 12 ขึ้น 13-15 ค่ำ ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเลจะมารวมกันที่เกาะหลีเป๊ะเพื่อจะจัดงานรื่นเริงร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือ ด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง

จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ธรรมชาติของป่าปะการังรอบเกาะ เวิ้งอ่าวสวยงาม หาดทรายขาวละเอียด และอ่าวที่สวยงามคือ อ่าวพัทยา บนเกาะมีที่พักคอยบริการนักท่องเที่ยวทั้งบริเวณหน้าเกาะและด้านหลังเกาะ อัตราค่าที่พักประมาณ 200-300 บาท

สถานที่ดำน้ำดูปะการัง
แหล่งดำน้ำในหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่น่าชมได้แก่ บริเวณเกาะจาบัง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหินงาม บริเวณอ่าวตะโละรีปา ด้านใต้ของเกาอาดัง บริเวณชายฝั่งด้านทิศใต้ของเกาะราวี แหล่งดำน้ำแหล่งนี้มีทัศนียภาพใต้น้ำสวยงามมาก


บริษัทนำเที่ยวที่จัดไปเกาะตะรุเตา

1. ชมรมเรือทัวร์ปากบารา ท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู สตูล โทร. (074) 781532, 711982, (01) 957-3908

2. สยามครุยส์ (เรืออันดามันปริ๊นเซส) 33/10-11 ชัยยศอาเขต สุขุมวิท ซอย 11 กรุงเทพฯ 10110 โทร. 255-4563, 255-8950-7

3. ซีทรานทราเวล (เรือออกจากภูเก็ต) 599/1 ถนนริมทางรถไฟสายช่องนนทรี คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 240-2572-82

4. สวนสีคราม จำกัด 1442 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มักกะสัน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 255-1835, 255-2190 โทรสาร 255-1835

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตะรุเตา ราวเดือนพฤศจิกายน-เมษายน นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเหมาเรือได้ที่ท่าเรือดังต่อไปนี้

- ท่าเรือเจ๊ะปิลัง อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูล 13 กิโลเมตร มีถนนราดยางถึงท่าเรือร่องน้ำลึก และเรือเข้าออกได้ตลอดเวลา ท่าเรืออยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร

- ท่าเรือตำมะลัง เป็นท่าเรือน้ำลึกห่างจากตัวเมืองสตูล 9 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 35 กิโลเมตร

นอกจากนี้ที่ท่าเรือตำมะลัง ยังมีบริการเรือโดยสารไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย รายละเอียดติดต่อบริษัทไทย-ลังกาวี เฟอร์รี่ไลน์ โทร. 711787, 722143, 730050-1 หรือบริษัท สตูลทราเวลแอนด์เฟอร์รี่ โทร. 711453, 721960

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตะรุเตา ราวๆ เดือนพฤศจิกายน-เมษายน


ร่วมโหวดให้คะแนนความประทับใจ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ที่นี่ครับ :
ท่องเที่ยวทั่วไทย :: จังหวัดสตูล :: อุทยานแห่งชาติตะรุเตา :: สมุดลงนาม Thai Version