
| 28 พ.ค. 2543 พญาปากกว้าง อกสีเงิน กับช่างภาพ ใจดำ |
| รายละเอียด : |
เมื่อครั้งผมไปดูนกที่บ้านกร่างเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ได้มีโอกาสสังเกตพฤติกรรมของนกพญาปากกว้างอกสีเงิน และได้เจอประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เกี่ยวกับช่างถ่ายภาพนก (บางคน.. เท่านั้นนะครับ..) ผมตัดบางส่วนของบันทึกของผมมาให้ทุกท่านลองอ่านดูเล่น ๆ ครับ..
เราตื่นกันประมาณ 6 โมงเช้า ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็สะพายกล้องสะพายกระเป๋าเสบียงออกดูนกตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่ถนนตัดลำธารจุดเริ่มเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เราเห็นนกพญาปากกว้างตัวเมียเมื่อวาน วันนี้เรายังได้มีโอกาสพบตัวผู้ด้วย ไม่แน่ใจว่าจะเป็นผัวเมียกันหรือเปล่า คิดว่ามันน่าจะมีรังอยู่แถว ๆ นี้ เราอยู่ดูความงามของมันสักพัก มันก็บินหายไป เราจึงเดินต่อไปถึงบริเวณสามแยกใกล้ ๆ กัน เห็นรังนกลักษณะรก ๆ คล้าย ๆ รังนกพญาปากกว้างอกสีเงินที่เคยเห็นใน Birds Magazine แต่มารู้ตอนหลังจากนั่งท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ว่ามันคือรังของ นกพญาปากกว้างสีดำ (Dusky Broadbill) ผมพึ่งรู้ว่า เจ้าปากกว้างสีดำ ก็ทำรังรก ๆ เหมือนกับ เจ้าอกสีเงินเหมือนกัน พวกมันมักทำรังแขวนอยู่ตามปลาย ๆ กิ่งไม้ เพื่อป้องกันศัตรูไม่ให้สามารถไต่มาถึงรังของมันได้แต่ไม่สนใจในความสวยงามนัก เราเดินไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ระหว่างทางพบนกกระจิบคอดำ (Dark-necked Tailorbird) และนกกระจิบหัวแดง (Ashy Tailorbird) ตามพุ่มไม้ข้างทาง เราเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านเนินสองลูก จนถึงบริเวณที่เป็นทางลาดลงโค้งซ้ายที่เราเคยมานั่งซุ่มดู Bird wave ทยอยบินผ่านมาแล้ว (ต้นไม้ตรงหัวโค้งเป็นซุ้มบังไพรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี) ที่ต้นสะเดาเล็ก ๆ ข้างทางนั่นเอง เราเจอรังนกลักษณะรกรุงรัง แขวนอยู่ปลายกิ่ง เรามั่นใจว่ามันคือรังของนกพญาปากกว้างอกสีเงิน เราจึงซุ่มดูห่าง ๆ ที่ใต้ต้นไม้ตรงหัวโค้งเพื่อศึกษาพฤติกรรมของมัน เราซุ่มอยู่ไม่นาน เจ้าปากกว้างอกสีเงินตัวผู้ก็บินมาเกาะที่กิ่งไม้เหนือศีรษะเราพร้อมกับแมลงที่เห็นปีกโผล่อยู่ที่มุมปาก ด้วยพื้นถนนที่เป็นหินแกรนิตและมีลักษณะลาดลง จึงเหมาะแก่การ นอน ดูนกมาก เราจึงนอนเฝ้าดูมันอยู่ประมาณ 3 นาที มันก็บินข้ามศีรษะเราไปยังรังของมัน มันเกาะที่ปากรังแล้วป้อนอาหารลูก ในตอนแรกเราเข้าใจว่าแมลงที่มันคาบมานั้นมีตัวเดียวแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เราสังเกตเห็นมันยื่นปากเข้าไปป้อนลูกมัน 5 6 ครั้ง ก่อนที่มันจะบินเฉียดศีรษะเราไปห่างไม่ถึงวา เรารู้สึกดีใจที่มันไม่เห็นเราซึ่งแสดงว่าเราไม่ได้รบกวนมันจนเกินไป หลังจากนั้นประมาณไม่ถึง 5 นาที เจ้าปากกว้างอกสีเงินตัวเมียก็บินมาเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ ๆ รัง เหนือศีรษะเรา มันมองซ้ายแลขวาเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วมันจึงบินไปเกาะที่รังเพื่อป้อนอาหารลูกมันบ้าง มันยื่นปากเข้าไปป้อนแล้วถอนปากออกมาทำท่าสะบัด ๆ เหมือนขย้อนแมลงออกจากคอแล้วก็ยื่นปากมุดหัวเข้าไปป้อนใหม่ 5 6 รอบมันก็บินเฉียดหัวเราไปอีก คราวนี้ทั้งตัวผู้และตัวเมียหายไปนานประมาณ 20 นาที ตัวผู้จึงกลับมาป้อนอาหารลูก จากนั้นประมาณ 5 นาที ตัวเมียก็มาป้อนอีก เราซุ่มดูมันกลับมาป้อนลูกตัวละ 2 รอบ ภรรยาผมจึงชวนกลับเกรงว่าจะเป็นการรบกวนมันมากไป เพราะทุกครั้งที่มันจะกลับรัง มันจะต้องเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ ๆ รังก่อน หลังจากมองซ้ายขวาจนมั่นใจในความปลอดภัย มันจึงจะเข้ารัง แต่ผมคิดว่ามันคงไม่เห็นเราเพราะสังเกตจากมันมักจะบินเฉียดหัวเราไปทุกครั้ง แต่เพื่อความสบายใจเราจึงตัดใจจากมันไป พร้อมกับสัญญากับตัวเองว่าจะไม่บอกตำแหน่งรังของมันกับใคร จุดที่เราซุ่มรอดูเจ้าปากกว้างอกสีเงินนี้ ถือเป็นทำเลทองของที่นี่ เพราะเราเคยซุ่มประสบผลสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง เราเคยเจอนกเขียวก้านตอง นกเขียวคราม นกเฉี่ยวดง นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ และอีกหลาย Species เป็นครั้งแรกที่นี่ และในครั้งนี้ นอกจากจะได้เห็นพฤติกรรมการป้อนอาหารลูกของเจ้าปากกว้างอกสีเงินแลัวยังพบ นกพญาไฟใหญ่ (Scarlet Minivet) และนกติ๊ดสุลต่าน (Sultan Tit) ซึ่งเป็นนกขวัญใจเราทั้งคู่บินมาเกาะกิ่งไม้ใกล้ ๆ ให้เห็นด้วย เราเดินกลับมาถึงสามแยกก่อนถึงสะพาน ก็พบช่างภาพคนหนึ่งรูปร่างท้วมแบกกล้องเดินอุ้ยอ้ายผ่านมา พร้อมกับชี้ให้เราดูรังนกพญาปากกว้างสีดำที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ ด้วยความที่รู้สึกว่าเขาเป็นมิตร หรือด้วยความรู้สึกขอบคุณในน้ำใจที่เขาชี้ให้ดูรังนก หรือด้วยความอยากได้ใคร่ดีอะไรของผมก็ไม่ทราบ ทำให้ผมยอมปริปากบอกตำแหน่งรังของเจ้าปากกว้างอกสีเงินผู้เคราะห์ร้ายไป ถึงแม้ว่าได้ย้ำขอร้องเขาอย่าเข้าใกล้รังมันมากจนเกินไปนักแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกผิดน้อยลงเลย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นช่างภาพคนนั้นยังเรียกพรรคพวกมาอีก 2 คน ด้วยความเป็นห่วงนกผู้น่าสงสารเราจึงลงทุนเดินกลับไปตำแหน่งที่พบรังนกพร้อมกับกลุ่มช่างภาพ ในตอนแรกก็คิดว่าถ้าเราไม่ไปด้วยเขาอาจจะหารังไม่เจอก็ได้ แต่คิดอีกทีถ้าเขาหาเจอล่ะ.. ทันทีที่เดินกลับไปถึงตำแหน่งรัง เรารีบหลบเข้าใต้ต้นไม้ที่เราใช้เป็นซุ้มบังไพรในตอนแรก แต่กลุ่มช่างภาพไม่ได้ตามเรามาเลย พวกเขาล้อมวงตั้งกล้องกันรอบ ๆ ห่างจากรังนกไม่เกิน 2 เมตร !!.. 2 เมตรจริง ๆ ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลย ผมพยายามบอกให้เขาออกมาให้ห่าง แต่ก็ได้รับคำอธิบายที่แสนเจ็บใจนัก ทำไงได้ละคะ เลนส์เราแค่ 300 มม.เอง ไม่เป็นไรหรอกครับ เจ้าปากกว้างสีเงินมันไม่ขี้กลัว ไม่เหมือนเจ้าปากกว้างหางยาว พวกเขาตั้งกล้องรอได้ไม่นาน เจ้านกตัวผู้ก็คาบเหยื่อมาเกาะบนกิ่งไม้เหนือหัวเราเหมือนเคย คราวนี้มันหันซ้ายแลขวาอยู่นาน ดูระแวดระวังภัยมากเป็นพิเศษ ก่อนที่มันจะตัดสินใจบินไปเกาะที่รังอย่างไม่มีทางเลือก พร้อมกับเสียง Shutter ลั่นต่อ ๆ กันและแสงแฟล็ชพรึบพรับ เจ้านกผู้เป็นพ่อดูตกใจระหวาดระแวงแต่ด้วยความห่วงลูกจึงต้องจำใจเสี่ยงภัยป้อนอาหารลูกต่อไป หลังจากที่มันยื่นปากเข้าไปป้อนอาหารลูกในแต่ละครั้ง มันจะกลับออกมาหันมองรอบ ๆ ด้วยท่าทางระวังภัยลุกรี้ลุกรน ก่อนที่มันจะมุดหัวเข้าไปทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง ต่างจากพฤติกรรมที่เราซุ่มสังเกตกันสองคนอย่างลิบลับ ผมสงสารมันจับใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่นกบินไปแล้วผมจึงพยายามบอกพวกเขา เป็นครั้งสุดท้ายว่า พี่อย่าเข้าใกล้มันมากนะ เดี๋ยวมันทิ้งรังนะพี่.. อ้อ..อย่าไปบอกตำแหน่งรังกับใครอีกนะพี่ สงสารมัน ก่อนที่จะเดินกลับเต๊นท์เพราะทนอยู่ดูไม่ได้ เรากลับถึงเต๊นท์ประมาณ 10 โมง จัดการทำกับข้าวกับปลากินกันอย่างง่าย ๆ แต่เน้นปริมาณเพราะว่าเป็นมื้อสุดท้ายแล้วที่เราจะทำกินที่นี่ อาหารทุกอย่างจึงถูกนำออกมาทำให้เกลี้ยง เรากินกันไปก็พูดคุยกันถึงเรื่องพวกช่างภาพที่เห็นแก่ได้ นึกเป็นห่วงนกจับจิต แต่ที่ทำได้ก็คือปลอบใจกันเอง คงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง.. ดูเขาเหมือนเป็นคนรักนกอยู่เหมือนกัน เราทำดีที่สุดแล้วล่ะ .. เรากำลังกินข้าวกันอยู่ ช่างภาพกลุ่มนั้นก็กลับมา ผมทักทายตามมารยาท ได้ความว่าพวกเขารอสักพัก นกไม่ยอมเข้ารังมันก็เลยกลับมา ประสบการณ์ในครั้งนั้น.. มีค่านัก สำหรับ "คนดูนก" มือใหม่อย่างเรา.. ประสบการณ์ที่สอนให้รู้ว่า "พบรังนก อย่าบอกใคร.. ไม่งั้นนกเดือดร้อน.." |
| จากคุณ : | คนรักนก [จ. 24 ก.ค. 2543 - :22 น.] |
| คำแนะนำ : | บอกได้ครับ ถ้าคนที่บอกเป็นแค่คนดูนกธรรมดา เพราะแต่ละคนมักจะมีสำนึกอยู่แล้ว ถ้าอยากดูนกนานๆ ก็ต้องช่วยกันดูแลนก แต่สำหรับช่างภาพที่ถ่ายรูปนกนี่ ก็ดูเป็นรายๆ ไป ถ้ารู้จักก็บอกได้ ถ้าไม้รู้จักก็อย่าดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเห็นแก่ตัว อยากได้รูปอย่างด้วย ไม่สนใจนกซักเท่าไหร่ แต่ก็มีหลายคนที่มีมรรยาเหมือนกัน เข้าใจและรักนก ความจริงถ้าอยากได้ภาพนก ก็ไม่จำเป็นต้องไปถ่ายที่รังก็ได้ มีโอกาสอื่นถมเถไป |
| โดยคุณ : | ชายเมืองสิงห์ [จ. 24 ก.ค. 2543 - 22:35:05 น.] |
| คำแนะนำ : | เคยเห็นเหมือนกันที่บ้านกร่างนี้เองหน้าห้องน้ำเลย นกพญาปากกว้างอกสีเงินทำรังอยู่ ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่เข้ามาหรือกางเต้นทืแถวนั้น มีคนไทยพาฝรั่งมาดูนก จอดรถ กางเต้นท์ผูกแปลใต้รังของนกแล้วก็บอกทุกคนว่าไม่เป็นไรเขาจะเปิดปิดประตูเเบาๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรได้เพราะบอกแล้วยังไม่เชื่อ จะทำอย่างไรดีกับคนแบบนี้ |
| โดยคุณ : | นกกะเต็น [อ. 25 ก.ค. 2543 - 8:28:50 น.] |
| คำแนะนำ : |
ที่สำคัญ เคยเห็นช่างภาพนกคนไหนยอมรับความจริงบ้างครับว่าตัวเองรบกวนนก อย่างเรื่องแฟลชก็เที่ยวไปอ้างเรื่องฟ้าแลบฟ้าผ่า นกมันคงจะโง่ขนาดนั้นหรอกนะ ไม่รู้จักฟ้าผ่าตามธรรมชาติ กับไอ้แสงแวบๆที่ออกมาจากมือคน
แม้แต่นักดูนกรุ่นใหญ่ที่เราน่าจะฝากความหวังได้ก็ไม่มีเลย เอาเรื่องฟ้าแลบฟ้าผ่ามาอ้างแทนพวกด้วย จนถึงวันนี้ผมอยากเห็นนักถ่ายรูปนกสักคนเดียวก็พอ ยอมรับว่าตัวเองรบกวนนกเพื่อให้ได้ภาพ ไม่ใช่อึกอักก็ตอแหลว่าตั้งบังไพร 10 เมตร แม้แต่ในป่าไผ่รกๆก็บังไพร 10 เมตร เรื่องที่เขาพูดกันเกี่ยวกับปัญหานักถ่ายภาพไร้จริยธรรมพวกนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง มีเบาะแสเข้ามามากมาย ไม่จำเป็นต้องเอาภาพหลักฐานมาโชว์ หรือว่าถ้าเราเห็นพฤติกรรมคนพวกนี้ ควรจะถ่ายภาพต้องเขาเอากล้องจ่อรังนกมาโชว์กันหน่อย ก็น่าจะดีเหมือนกัน |
| โดยคุณ : | รพินทร์ ภูท่อก [พ. 26 ก.ค. 2543 - 23:46:02 น.] |
| คำแนะนำ : | คนพวกนี้น่าจะสูญพันธุ์ไปได้แล้วนะ แต่คิดอีกทีน่าเห็นใจอยู่เหมือนกันถ้าเป็นอาชีพของเขาที่ต้องหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย |
| โดยคุณ : | มือใหม่หัดส่อง [ศ. 28 ก.ค. 2543 - 12:46:03 น.] |
| ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็น ได้ที่นี่ครับ | |
| โดยคุณ : | |
| ส่งข้อความที่นี่ ---> | [ กรุณาคลิกเพียงครั้งเดียว ] |