นกสวยฟ้าใส…ในป่าโกงกาง ตอนสุดท้าย
รายละเอียด : เข้าซอยโน้นออกซอกนี้จนเกือบสิบโมงเช้าก็พบนกที่ตั้งใจมาดู บอกให้ว่าไม่ใช่นกฟินฟุต (Masked Finfoot) เพราะวันที่ผมไป น้ำขุ่นมากซึ่งนกจะไม่ออกมาและไม่มีรายงานพบมาสองเดือนแล้ว หรือคุณคิดว่าเป็นนกจับแมลงป่าโกงกาง (Mangrove Blue Flycatcher) เจ้านกชนิดนี้บังไต๋ผิวปากเรียกตั้งนาน นกก็ร้องตอบแต่ไม่ออกมาให้ดูสมกับเป็นนกที่พบน้อยและหายาก นกที่ผมว่าคือ นกแต้วแล้วป่าโกงกาง (Mangrove Pitta) ซึ่งสีฉูดฉาดมาก เด่นที่ปากยาวใหญ่สีดำ เพื่อจะได้คาบปูทะเลอาหารโปรดได้สะดวก หัวสีน้ำตาลคล้ำ แก้มและหน้าเป็นสีดำ คอยาว อกสีน้ำตาลอ่อน ท้องและก้นเป็นสีแดง หลังสีเขียวแก่ ปีกและสะโพกสีม่วงอมน้ำเงินปลายปีกสีดำแซมด้วยสีขาว หางสีดำ ขาสีค่อนข้างเหลือง ชอบเกาะในร่มตามโคนกิ่งต้นไม่ใหญ่ ๆ ผมพบถึงสามตัว เมื่อดูเผิน ๆ คล้ายนกแต้วแล้วธรรมดา (Blue-winged Pitta) ต่างกันที่รูปร่างปากที่ยาวกว่า กระหม่อมที่สีอ่อนกว่าและไม่มีคิ้วยาวสีน้ำตาลหม่นชัดเจนเช่นแต้วแล้วธรรมดา
กว่าผมจะได้เห็น บังไต๋ผิวปากเรียกกว่าครึ่งชั่วโมง เจ้านกน้อยจึงออกมาให้เห็นเต็ม ๆ สะใจมาก พร้อมกันนั้นผมได้ยินเสียงเจาะไม้อยู่ใกล้ ๆ จึงสอดส่ายสายตาหาดู พบนกหัวขวานคอเขียว (Streak-breasted Woodpecker) ตัวเมีย กำลังง่วนเจาะไม้หาหนอนกินอยู่ นกชนิดนี้เป็นนกประจำถิ่นซึ่งพบเฉพาะประเทศไทย,พม่าและมาเลเซียเท่านั้นครับ

ขากลับบังไต๋พาผมออกมาตามลำน้ำใหญ่ ผ่านเขาขนาบน้ำ ผมยังพบนกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง (Common Flameback) ที่ตัวผู้และตัวเมีย มีแถบสีดำหนาหนึ่งแถบ พาดจากโคนปากมาข้างคอ ส่วนนกตัวเมียต่างจากตัวเมียของนกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง (Greater Flameback) ตรงที่มีหงอนสีดำและมีขีดสีขาวแทนที่จะเป็นจุดกลมใหญ่ ซึ่งร้อง ๆ หยุด ๆ เป็นจังหวะสั้น ๆ คือ “ติ๊ๆๆๆ – ติ๊ๆๆๆ – ติ๊ๆๆๆ” ในขณะที่นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง จะร้องรัวดังติดต่อกันตลอด “ติ๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

ตามไม้หลักปักตาข่ายดักปลามีนกนางแอ่นแปซิฟิก (Pacific Swallow) เกาะเฝ้าเสาน่าเอ็นดู เห็นผ่าน ๆ อาจนึกว่าเป็นนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) แต่ต่างกันที่เจ้านกนางแอ่นแปซิฟิกไม่มีแถบสีดำคาดหน้าอกและหากินริมฝั่งทะเลและตามเกาะต่างๆ แถมทำรังตามหน้าผาริมทะเลด้วย

นกนางแอ่นตะโพกแดง (Red-rumped Swallow) บินโฉบเฉี่ยวเล่นลมอยู่เหนือเรือ เหมือนเป็นการโบกมือลา ส่งผมขึ้นฝั่งที่เรือนแพเดิมเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ผมจ่ายค่าเหนื่อยและบอกลาบังไต๋ เมื่อหันกลับไปมองป่าโกงกางที่ผมเพิ่งจากมา ผมจึงได้รู้ว่าทำไมชาวต่างชาติถึงยอมข้ามน้ำข้ามทะเลดั้นด้นเพื่อมาดูนกที่นี่ นับว่าป่าโกงกางหน้าเมืองกระบี่เป็นเพชรเม็ดงามของแหล่งดูนกในประเทศไทยแห่งหนึ่งทีเดียว

ดูนกให้สนุกนะครับ

สวัสดีครับ

นายหมอหมา

จากคุณ : นายหมอหมา [พ. 9 ส.ค. 2543 - :31 น.]

คำแนะนำ : สนุกมากค่ะ อ่านแล้วอยากไปบ้าง จะไปช่วงไหนจึงจะดีค่ะ
โดยคุณ : lilinson@yahoo.com [พฤ. 10 ส.ค. 2543 - 7:59:50 น.]

คำแนะนำ : ถ้าจะให้ดีควรเป็นช่วงหน้าหนาวหรือหน้าร้อนจะดีกว่าครับ เพราะอุปสรรคที่สำคัญคือฝนตกครับ
โดยคุณ : หมอหมา [พฤ. 10 ส.ค. 2543 - 16:29:28 น.]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็น ได้ที่นี่ครับ
คำแนะนำ :
โดยคุณ :
ส่งข้อความที่นี่ ---> [ กรุณาคลิกเพียงครั้งเดียว ]