
| พะยูน..เมื่ออยู่เขาไม่สนใจ เมื่อจากไปจึงหวลไหให้อาวร..ฆ่าเพื่อน้ำตาและเขี้ยว |
| รายละเอียด : |
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2543 เวลาโพลเพล เจ้าหน้าที่ศุนย์พิทักษ์อุทยานแห่งชาติทางทะเล อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ได้นำพะยูนเพศเมีย อายุ 4-5 ปี ยาวประมาณ เมตรครึ่ง สถาพถูกตัดหัว บริเวณแก้ม เพื่อจะเอาหนวด เขี้ยว นมและหางซีกขวาก็ถูกตัดขาด พะยูนตัวนี้เราพบตั้งแต่ตอนเช้า โดยการบินสำรวจบริเวณเขตอนุรักษ์ พะยูนตัวนี้ไปติดอยู่กับอวนปูของชาวประมง ตอนแรกคิดว่าคงจะติดอวนแล้วตายธรรมดา แต่พอเรานำเรือออกไปก็พบว่าไม่ธรรมดาเสียแล้ว
ตามความเชื่อสมัยก่อน น้ำตา หนวด เขี้ยวของพะยูนเป็นยาบำรุงกำลังขนานเอก แม้จะมีการอนุรักษ์ก็ตามที่ ความเชื่อนี้ก็ยังมีอิทธิพลเหนือใจพ่อค้าและชาวประมงบางกลุ่ม พะยูนเพศเมียตัวนี้เป็นพะยูนตัวแรกที่ตายในปีนี้ เราหวังกันว่าจะเป็นต้วสุดท้ายแต่หลังจากนั้น 4 วัน ก็มีพะยูนตัวผู้ขึ้นมาเกยหาด เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พะยูนตัวนี้ตายมาหลายวันแล้ว อายุประมาณ 7-8 ปี หนัก250กิโลกรัม สภาพภาพนอกก็ดูปกติ แต่พอผ่าพิสูจน์ เราก็ทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงว่า..พะยูนตัวนี้ถูกทุบตีบริเวณหัวและอกจนตาย!! เนื่องจาจสภาพอวัยวะภายในบริทรวงอกแหลกเละไม่มีชิ้นดี กรระดูกศรีษะแตกร้าว เขี้ยวถูกตัดแสดงถึงความเจตนาจงใจจะฆ่า!! เพื่อเาเพียงแค่เขี้ยว..... คุณทั้งหลายอาจไม่เคยพบหรือเห็นพะยูน ไม่ได้เคยเกิดความรู้รักใคร่หวงแหน ด้วยมันไม่น่าเป็นสัตว์พิสมัยสักเท่าไร แต่พะยูนนี้พบที่ไทยจะแห่งเดียวในดลกหรือเปล่าข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยจะแน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ พะยูนเหลืออยู่เพียง80-100ตัวในทะเลอันดามัน หากคุณจะช่วยสักนิดก็หันมาใส่ใจ ดูข่าวคราวและช่วยกันประนาณคนที่ทุบตีพะยูนจนตายเพียงเพื่อเก็บน้ำตาและเขี้ยวไปจากมัน |
| จากคุณ : | marine055@chaiyo.com [จ. 13 มี.ค. 2543 - 16:40:14 น.] |
| คำแนะนำ : |
เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก นี่แหละหนามนุษย์ ผู้ซึ่งทำอะไรได้ทุกอย่าง และโหดร้ายที่สุด
กล่าวถึงเจ้าพยูน ผมอุตส่าห์เฝ้าดูที่เกาะลิบง ก็ไม่มีให้เห็น เนื่องจากจ้อจำกัด มีอยู่มาก หญ้าทะเลมีก็น้อย จำนวนพยูนก็น้อย แต่นึกไม่ถึงว่ามันต้องมาจบชีวิต จากความมักง่ายของคนบางกลุ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธ์ในไม่ช้านี้ สัตว์ชนิดนี้หาได้ยากมาก อีกหน่อยคงต้องวาดรูปให้ลูกหลานดูว่าสัตว์ชนิดนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ผมก็ดูข่าว น่าเศร้าใจจริงๆ ใครที่มีค่านิยมในการเก็บเขี้ยวโดยแลกกับชีวิต ชีวิต หยุดคิดเสียหน่อยนะครับ ทุกชีวิตมีค่า สัตว์ก็มีหัวใจ มีครอบครัว มีความรัก อย่าไปพรากจากกันเลย ชีวิตเราไม่จำเป็นต้องเบียดเบียนกันแบบนั้น มนุษย์คือผู้สร้างและทำลายทุกสิ่ง......... |
| โดยคุณ : | moddang2 [จ. 13 มี.ค. 2543 - 18:28:57 น.] |
| คำแนะนำ : | คงามจริงที่ลิบงจะมีกลุ่มอนุรักษ์อยู่นะครับ เป็ฯกลุ่มของชาวบ้านที่ทำการประมงเชิงอนุรักษ์ ถ้าจำไม่ผิดก็ 3 หมู่บ้านแน่ะครับ ตั้งมาเป็น10 ปีแล้ว พวกนี้คอยช่วยปลูกป่าชายเลนให้ด้วย แต่อย่างว่าแหละครับ มีคนดีก็ต้องมีคนเลว แต่ผมไม่คิดว่าคนที่ทำจะเป็นคนที่ลิบงนะครับ เพราะกระแสอนุรักษ์ในลิบงค่อนข้างแรง เฮ้อ ...เมื่อไหร่สิ่งเหล่านี้จะหมดไปจากโลกของเราสักทีเนาะ |
| โดยคุณ : | ตะลอนสงสาร [อ. 14 มี.ค. 2543 - 0:58:38 น.] |
| คำแนะนำ : |
ไม่ทราบว่าพะยูนเป็นสัตว์สงวนของชาติแล้วหรือยังครับ ผมว่าแค่อนุรักษ์ยังไม่พอ เพราะการประกาศเป็นสัตว์สงวน จะทำให้มีกฏหมายรองรับและมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน
กรณีที่เกิดขึ้นตามที่คุณ marine055 เล่าให้ฟัง คงต้องกราบขอร้องผู้คนในท้องถิ่นนั้น ต้องช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลปกป้องพะยูนซึ่งต้องถือเป็นทรัพยากรของชาติ ที่สำคัญคือ เป็นสัตว์สำคัญของท้องถิ่น ที่ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนในชาติ และยังสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นนั้นๆอีกด้วย เราคงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ถ้าคนที่ทำร้ายพะยูนไม่มีจิตสำนึกและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ไม่ดูแลอย่างจริงจัง ทำได้อย่างมากที่สุดก็เพียง ประกาศให้สังคมได้รับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้สำนึกเหล่านั้น และหาทางกดดันให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบ หาทางออกมาตรการที่เหมาะสม เพื่อปกป้องสัตว์เหล่านั้น ขออนุญาตยกตัวอย่าง โครงการรักฉลามวาฬนะครับ เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ดำน้ำและไม่ดำน้ำกลุ่มเล็กๆ (กลุ่มที่ทำเว็บ whalesharkthai.com) ร่วมกับ ททท. ชมรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ตำรวจน้ำ ฯลฯ กำลังพยายามผลักดันให้ฉลามวาฬซึ่งเป็นฉลามที่ไม่ดุร้าย ไม่กินเนื้อ และมีอยู่น้อยมากในทะเลไทย แต่ถูกฆ่าเพื่อเอาหูไปทำซุป ให้เป็นสัตว์สงวนอีกชนิดหนึ่งของไทย แต่วัตถุประสงค์ไม่ได้จบลงแค่เพียงฉลามวาฬนะครับ จะขยายผลต่อออกไปถึงสัตว์อื่นๆ รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย ผมคิดว่ากลุ่มที่จะร่วมกันอนุรักษ์พะยูน น่าจะลองใช้วิธีการเดียวกัน สร้างอีกสัก web ประสานงานกัน ร่วมมือกัน ช่วยกันสื่อออกไปให้สาธารณชนรับทราบ โดยเริ่มจากพวกนักท่องเว็บก่อน ยังไงคุณ marine 055 ลองแวะเข้าไปดูเว็บ whalesharkthai.com สิครับ ลองตั้งกระทู้ขอความเห็นจากสมาชิกของเว็บนั้นดู ผมคิดว่าคงจะได้รับทราบความคิดเห็นดีๆและการต้อนรับที่อบอุ่นจากกลุ่มคนที่มีความคิดใกล้เคียงกับคุณ คือ ไม่ได้ต้องการหรือหวังผลประโยชน์อะไรจากสัตว์เหล่านั้น เพียงแค่ต้องการหาวิธีปกป้องสัตว์ที่น่าสงสารและช่วยตัวเองไม่ได้เหล่านั้นจากน้ำมือของมนุษย์ใจร้ายเท่านั้น |
| โดยคุณ : | สายน้ำ [อ. 14 มี.ค. 2543 - 10:46:16 น.] |
| คำแนะนำ : |
ขอไว้อาลัย แด่พยูนผู้จากไป
และให้กำลังใจผู้มีอุดมการณ์ หวังว่าวันข้างหน้า น่านน้ำทะเลตรัง ยังมีฝูงพยูนให้พบเห็น |
| โดยคุณ : | สายเมฆ ทะเลหมอก [อ. 14 มี.ค. 2543 - 18:30:43 น.] |
| คำแนะนำ : | อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกมากกว่านี้ เพราะพยูนบ้านเรากำลังจะหมดแล้ว ไม่อยากให้ทุกคนดูพยูนเพียงแค่ภาพถ่าย |
| โดยคุณ : | uvoranuch@hotmail.com [ศ. 19 พ.ค. 2543 - 8:00:29 น.] |
| ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็น ได้ที่นี่ครับ | |
| โดยคุณ : | |
| ส่งข้อความที่นี่ ---> | [ กรุณาคลิกเพียงครั้งเดียว ] |