...งดงาม....นามทุ่งโนนสน(3)
รายละเอียด : 24 ต.ค 42
เช้ามืด ท่ามกลางสายลมเย็น ได้ยินพี่ลูกหาบตื่นก่อนแล้ว ต้มนำไว้เรียบร้อย
มื้อเช้าของเราทุกคนคือ กาแฟ ขนมปัง รอบตัวเรายังไม่สว่างดีนัก พวกเราเตีรยมเดินทางต่อ
ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จึงจะถึงทุ่งโนนสน กลุ่มเพื่อนของเพื่อนที่กางเต็นท์ ใกล้กับพวกเรา
เห็นว่ามีบางคนไปต่อไม่ไหว ทั้งหมดเปลี่ยนแผนกลับในเช้านี้เลย น่าเสียดายมาก
กลุ่มทัวท์ เริ่มออกเดินนำเราก่อน สักพักหลังเก็บสัมภาระเสร็จ พวกเราก็เริ่มออกเดินทางบ้าง
ตกลง วันนี้มีกลุ่มเรา 7 ชีวิต และกลุ่มทัวท์ ประมาณ 30 ที่จะนอนบนทุ่ง
ฟ้าเริ่มขาว ดูท่าจะไม่พบแสงแดดแน่แน่ ป่าชุ่มชื้นดีเหลือเกิน
จนท. แวะเก็บดอกดีกั้ง ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งคล้าย ต้นข่า ส่วนดอกสีออกม่วงขาว เคี้ยวดูรสออกมันมัน
บอกว่าจะไปแกงให้ชิมกัน
ที่สุดเรามาถึงจุดหนึ่ง จนท. บอกว่าที่นี่ คือ ทุ่งไชโย (พวกเราก็เลยได้โอกาส ไช ไช ไช โย โย โย
ก็ตอนนั้น ยังไม่มี ไชยา ไชยา ไชยา ช้า .....นี่นา เนาะ ) เบื้องหน้าเราไม่ไกลนัก
จนท. บอกเราจะกางเต็นท์ ที่นั่นลูกหาบไปถึงก่อนพวกเรา ทางเดินจากทุ่งไชโยเข้าไป เราเริ่มพบ
ดอกไม้มากขึ้นเรื่อย ๆ จะถ่ายรูป จนท. บอก "ข้างในสวยกว่านี้อีกครับ " โอ้ย !! อะไรจะดีอย่างนี้นะ
ถึงที่กางเต็นท์ พวกเราได้พักกันเต็มที่ นึกในใจว่า ถ้าได้เห็นดอกไม้ขณะมีหยดน้ำ คงงามที่สุด
เหมือนฟ้าเป็นใจ ฝนโปรยลงมา กลางป่ากว้าง เงียบสงบ พวกเรานั่งคุยกัน
พี่ลูกหาบ เอาสิ่งหนึ่งให้ดู เจอระหว่างทาง คือกระรอกเผือกตัวกำลังน่ารักเลย
ถูกยิง ขาขาดเสียชีวิตไม่นานนัก ( น่าเศร้าจัง... ) พวกเราคุยกันว่า น่าจะตอนที่ได้ยินเสียง ปัง กลางดึก แน่แน่
ป่าแถวนี่ ยังคงมีผู้ที่ลักลอบขึ้นมาล่าสัตว์กันอยู่
ฝนหาย จนท. นำพวกเราเข้าไปชมดอกไม้ เดินผ่าน ทุ่งหญ้า ลานหิน ไปพบธารน้ำ
มีน้ำมากหน่อย สามารถอาบได้สบาย แต่พวกเรา ขอบาย น้ำเย็นเหลือเกิน มีขอนไม้ใหญ่ ล้มพาดอยู่
เหนือธารน้ำ ปลายด้านหนึ่ง มีต้นกุหลาบพันปี ดอกกำลังบานสีส้ม สวยเหลือเกิน
(พวกลิง อย่างเรา ไต่ขอนไม้ เข้าไปใกล้ซุ้มกุหลาบที่สุด แล้วก็ แชะ แชะ แชะ แหม !!! มุมเด็ด ขนาดนั้น
พลาดได้ไง นิ)
แหม อยากให้หลายคนได้เห็นจริงจริง ตอนนั้น นะ ป่ากว้าง ฟ้าโล่ง ลมเย็น
ทั้งป่า มีแต่ ดุสิตา เอนอ้า เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ กระดุมเงิน กระดุมทอง (ทั้งใหญ่ ทั้งจิ้ว)
หยาดน้ำค้าง แล้วก็ดอกอี่นๆ อีกมากมาย เหมือนเค้าแข่งกันบาน ฝนเพิ่งหยุดโปรย
ดอกไม้ก็เลยงดงามนัก ไม่รู้จะบรรยายยังไง มีสนเป็นฉากหลัง ด้านหน้า คือทุ่งดอกไม้
สีเหลือง ม่วง ชมพู ขาว ไกลสุดสายตา คือ ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้
พวกเราชื่นชม มีความสุข เก็บความประทับใจไว้มากมาย แล้วก็มาพบกับนำตกปางหวาย
นั่งเล่นสักพัก ฝนโปรยมาอีก ใก้ลเย็นแล้ว เดินออกจากดงดอกไม้ แวะเก็บ ดีกั้งได้อีก
มานั่งล้อมวง คุยกัน เตรียมอาหารเย็น มื้อเย็นวันนี้ เรามีพ่อครัวหัวป่า 3 คน พี่ลูกหาบแกงป่า สูตรเค้า
ใส่ใบสะเน้า ( แวะเก็บกลางป่าแหละ) ใบคล้ายผักหวาน ก็ไม่เชิงหรอก รสแปลก ๆ
จนท. แกงป่าดีกั้ง น้องชายผัดฟักแม้ว ข้าวร้อนๆ (แหมอร่อย... เกินบรรยาย)
นับว่าอาหารมื้อนี้ เหมาะกับบรรยายกาศ ขนาดเด้อ ....ตบท้ายด้วย กาแฟ โอริโอ ขนม
ชีวิต... อะไรจะสุขปานนี้
ฟ้ามืดแล้ว ลมเย็นจนหนาว พระจันทร์ดวงโต กลมมมมมม... เชียว
รอบกองไฟ จนท. และลูกหาบจากกลุ่มทัวร์ มานั่งคุยกับพวกเรา หลายเรื่องที่เรา
รู้สึกขอบคุณพวกเค้าในใจ น้ำใจที่ให้กับพวกเราที่เป็นผู้เดินทาง เข้ามาเยี่ยมชม
เก็บเกี่ยวความงามจากธรรมชาติ ไม่ดึกนัก เข้านอน หลับสบายไปเลย

25 ต.ค 42
ตี 4 ...โอ ...ขอนอนต่ออีกหน่อยละกัน
ตี 4.30 " ตื่นได้แล้ว นะครับ... " เสียงพี่ลูกหาบเรียกอยู่หน้าเต้นท์
พวกเรา ต้องทำเวลาวันนี่เดินทางกลับแล้ว มึ้อเช้า (มากมาก) ง่ายๅ กาแฟ ขนมปัง
พร้อมทั้งหุ่งข้าว ผัดม่าม่า สำหรับมึ้อกลางวันกลางป่าของพวกเรา เก็บของ เคลียพึ้นที่ ดับไฟ
6.30 กล่าวลา (ในใจ) กับ ทุ่งแห่งความงาม พวกเราออกเดินทางเป็นกลุ่มแรก
ได้ยินว่า มีคนหนึ่งในกลุ่มทัวร์ถูกน้ำร้อนลอก แต่ไม่เป็นไรมาก
อากาศนิ่งดีจริงจริง .... ออกมาฟ้ายังไม่สว่างดีนัก
เราใช้เวลาเดิน ประมาณ 2 ชม. เท่าขามา ถึงคลองน้ำ ลูบหน้าล้างตา พอสดชึ่น เดินทางต่อ
วันนี้ร่างกาย ออกอาการชัดมากขึ้น สงสารสองขาเป็นที่สุด
เฮ้อ... ถึงซะที จุดชมวิว ได้เวลาเติมพลังแล้ว เวลาหิว นี่นะ ผัดม่าม่าเย็น ๆ ยังอร่อยเลยเนาะ
ออกเดินต่อ เพื่อให้ถึงที่ทำการไวหน่อย
ช่วงหนึ่ง เห็นพี่ลูกหาบ ยืนรออยู่ข้างหน้า เราก็คิดว่า ใกล้ถึงแล้วมัง ปกติพี่เค้าจะเดินนำเราจนไกลลิบ
เค้าชี้ให้ดู รอยเท้าสัตว์ชนิดหนึ่ง ยังใหม่มาก ....ที่เค้ารอพวกเราน่ะ หาเพื่อน (55555555)
รอยเท้า ใหญ่มากนะ มีทั้งรอยลื่นไถลของเค้า เห็นแล้วก็ขำ กลัวด้วยหล่ะ กลัวเจอ
เท้าขนาดนั้น ตัวจะขนาดไหน ไม่อยากนึกเลย ....เจ้าของรอยเท้า เดินอยู่เส้นทางเดียวกับพวกเรา
เป็นระยะทางไกลพอควร ที่ต้องลุ้นระทึก ตอนนั้น ความเจ็บ ความปวด หาย.....ไปไหนหมด ไม่รู้
7 คน เดินเกาะกลุ่มกันไป ดูรอยเท้ากันไป ถึงจุดหนึ่ง รอยเท้าหายไป เห็นต้นไม้ถูกแหวกเป็นช่อง
พวกเราค่อยหายใจสะดวกขึ้น ....เค้าเข้าป่า ไปแล้ว เลยได้มีเรื่องคุยกันสนุก ลืมเหนื่อยไปเลย
ขากลั้บออกมาวันนี้เราพบต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางมากกว่าเดิม เมึ่อคีนคงมีพายุฝนหนัก
โชดดึเหลือเกิน ที่ที่เรานอนไม่มีฝน
บ่ายแล้ว นั่งพักกันกลางป่า กินข้าว ค่อยมีแรงหน่อย ไปต่อเถอะ...
ที่สุดพวกเรามาถึงหน้าน้ำตกประมาณบ่าย 2 ขับรถไปที่ทำการ
จนท. ว. ถึงกันใหญ่ ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มแรก เดินทางถึงแล้ว แม้ได้รับคำชมมากมาย
ว่าพวกเราเดินเก่ง ทำเวลาได้ดี
ร่ำลา จนท. เรียบร้อย ขับรถออกมาส่งพี่ลูกหาบที่หมู่บ้าน พี่เค้าให้จอดแวะไร่เค้า
เก็บลูกกระทกรกฝรั่ง ให้ไปชิมกันด้วย
สี่สหาย เดินทางกลับบ้าน ด้วยห้วใจพองโต พอพอกับ แข้งขา
แวะเอารูปไปล้าง ก่อนไปสั่งไอติม แล้วก็โทรขอเมนู สำหรับมื้อเย็นของพวกเรากับแม่
แล้วก็โม้กัน เรื่อง ทุ่งโนนสนต่อที่ร้าน
กลางดึกคืนนั้น เรากับรุ่นน้องเดินทางกลับเพื่อมาทำงานต่อ

เช้าวันรุ่งขึ้น (26 ต.ค 42) มีสิ่งหนึ่งหายไป ตาตุ่ม ค้า.. คุณผู้ชม ตาตุ่ม หลบไปอยู่ไหน
ข้อเท้าบวม เล็บเท้า 3 เล็บ เป็นสีม่วง (ที่สุดถึงวันนี้ ได้เวอชั่นใหม่ คืนมาเรียบร้อย ทั้งสามเล็บ)
แต่แม้ เทียบกับสิ่ง ดีดี (มากมาก) ที่ได้ไปพบเห็น ก็คุ้มเหลือเกิน
จนถึงวันนี้ ทุกอย่างยังคงชัดเจน มีความสุขเสมอ ทุกครั้งที่หยิบรูปมาดู
แม้ขณะที่บันทึกอยู่นี้ .... ขอบคุณ รักเมืองไทย ที่สุด
ปล. รอยเท้าที่เห็น ช้าง จ้า รอยเท้าเค้าใหญ่มากมาก เลย มีโอกาสขึ้นไป
ลองถาม จนท. ชื่อ อู๊ด หรือลูกหาบที่ชื่อ แสวง หรือ นาก ดูนะ

บ๊ายบ๊าย



จากคุณ : คนเดิม [อ. 11 ก.ค. 2543 - 13:43:11 น.]

คำแนะนำ : น่าหนุกดีจังนะครับ อ่านแล้วอยากไปมั่งจัง สงสัยต้องรีบๆหน่อยแล้ วเดี๋ยวเจ้าของรอยเท้าเขาไม่รอ
โดยคุณ : ตะลอน [อ. 11 ก.ค. 2543 - 17:27:25 น.]

คำแนะนำ : อ่านแล้วชวนให้นึกถึงตอนที่ผมไปมา นึกถึงทุ่งกระดุมเงินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็น
นึกถึงความลำบากยากเย็นต้องเดินออกจากทุ่งตอนกลางคืนเพราะกว่าจะเริ่มออก
เดินก็บ่ายแล้ว นึกถึงตอนหลงป่าเพราะเดินกลางคืน เจ้าหน้าที่นำทางไม่ได้ แล้วก
็นึกถึงช้างเหมือนกันเพราะขาออกเดินตามทางช้างตลอด อีกอย่างที่นึกถึงก็คือ
ความสวยงามของดอกไม้และความประทับใจที่ได้พบได้เห็น ขอบคุณมากครับที่ช่วย
ให้ผมนึกถึงความหลังๆอีก เฮ้อสงสัยจะแก่แล้ว นึกถึงแต่ความหลัง
โดยคุณ : โดโด้ [อ. 11 ก.ค. 2543 - 18:39:06 น.]

คำแนะนำ : สนุกมากมากเลย วันหน้าถ้าไปไหน ขอติดไปด้วยคนได้ก่ ดีจังเนอะที่มีพี่น้องชอบลุย
เหมือนกัน แถมพ่อกะแม่ก็หนับหนุนเป็น backup อย่างดี คงเห็นว่ามีน้องชายไปคุ้มครอง
มั้งเนอะ...ขอเข้ากลุ่มด้วยคนน้า...จะช่วยทุกอย่างเลย....
โดยคุณ : NCC Club [อ. 11 ก.ค. 2543 - 18:54:59 น.]

คำแนะนำ : แนะนำ ให้ไปเที่ยวเลยค่ะ ถ้ามีเวลาไม่มาก
ไปนอนเล่น ที่ทุ่งนางพญาก่อน ก็จะได้ความรู้สึกดีดีเช่นกัน ค่ะ คุณตะลอน
เห็นด้วยเรื่องดอกกระดุมเงิน ที่ทุ่งโนนสน
ดอกโตจริงจริงด้วย กระะดุมทองด้วยนะคะ
คุณโดโด้ไปมาเมื่อไร คะ นอนในป่ากี่คืน แต่เดินป่ากลางคืน กล้าจังค่ะ หลงถึงสว่างเลยหรือเปล่า เล่าหน่อย
หวังว่าจะมีโอกาสดีดี ได้ร่วมเดินทางสายเดียวกันเช่นกันค่ะ คุณ ncc. ตอนนี้หมายตา ภูสอยดาว อยากไปตะกาย มาก ไม่รู้จะลงตัวตอนไหน
โดยคุณ : panitthaj@hotmail.com [พ. 12 ก.ค. 2543 - 9:24:33 น.]

คำแนะนำ : คุณ panitthaj กระตุ้นต่อมความอยาก ของผมขึ้นมาอีกแล้วนะครับเนี่ย หลังจากที่ผมเคยเลิกหวังว่าจะไปที่นี่แล้ว เพราะไปทีไรไม่เคยได้เข้าสักที
เห็นทีว่า ปีนี้น่าจะถึงเวลา ของทุ่งโนนสน สำหรับผมสักทีแล้วล่ะมั้งครับ
ขอบคุณมากครับ
โดยคุณ : wild-rose@tourthai.com [พ. 12 ก.ค. 2543 - 10:19:50 น.]

คำแนะนำ : คุณ panitthaj ครับ ผมไปมาตั้ง9 ปีแล้วมั้ง ตอนขึ้นไปมีกลุ่มผมแค่กลุ่มเดียว แล้วที่เดินป่ากลางคืนน่ะไม่ถึงสว่างหรอกครับ แต่จำเวลาแน่นอนไม่ได้ ก็มากางเต๊นท์นอนกันตรงทางขึ้นเขาแหละครับ
โดยคุณ : โดโด้ [พฤ. 13 ก.ค. 2543 - 18:01:49 น.]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็น ได้ที่นี่ครับ
คำแนะนำ :
โดยคุณ :
ส่งข้อความที่นี่ ---> [ กรุณาคลิกเพียงครั้งเดียว ]